ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ (1 ส.ค.) ว่า สหรัฐฯ ยังไม่ได้ตกลงให้ยูเครนผลิตขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ "แพทริออต" (Patriot) ภายในประเทศ พร้อมย้ำว่าการถ่ายทอดเทคโนโลยีอาวุธขั้นสูงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
ทรัมป์กล่าวว่า ระบบอาวุธของสหรัฐฯ มีความซับซ้อนและเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงไม่สามารถมอบสิทธิ์การผลิตให้ประเทศอื่นได้โดยง่าย
แม้ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการหารือ แต่ยังไม่มีการอนุมัติอย่างเป็นทางการ พร้อมเตือนว่าประเทศที่ได้รับเทคโนโลยีดังกล่าวในวันนี้ อาจกลายเป็นฝ่ายตรงข้ามในอนาคตได้
ท่าทีล่าสุดของทรัมป์สวนทางกับกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่า สหรัฐฯ อาจเปิดทางให้ยูเครนได้รับสิทธิ์ผลิตขีปนาวุธแพทริออต เพื่อเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศจากการโจมตีของรัสเซีย โดยระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน มีรายงานว่า ทรัมป์เคยแสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยหลังเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเมื่อต้นสัปดาห์ว่า ผู้นำสหรัฐฯ เห็นชอบในหลักการให้ยูเครนได้รับใบอนุญาตผลิตขีปนาวุธแพทริออตภายในประเทศ พร้อมทั้งหารือกับผู้บริหารบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน ผู้ผลิตระบบแพทริออต เกี่ยวกับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
สำหรับ แพทริออต ถือเป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของโลก สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธวิถี จรวด และอากาศยานได้ โดยติดตามเป้าหมายได้มากกว่า 100 เป้าหมายพร้อมกัน และโจมตีได้พร้อมกันหลายเป้าหมาย ขณะที่ขีปนาวุธแต่ละลูกมีมูลค่าประมาณ 3–5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100–168 ล้านบาท ทำให้เป็นหนึ่งในระบบอาวุธที่มีทั้งประสิทธิภาพและต้นทุนสูงที่สุดในโลก