"ไบแนนซ์" (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่สุดในโลก ระบุว่า ได้ชดเชยความเสียหายแล้ว 90% ของสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทั้งหมด 6,300 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งถูกโจรกรรมจากเหตุโจมตีทางไซเบอร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า ส่วนที่เหลืออีก 10% อาจต้องใช้เวลาในการจัดหาสินทรัพย์มาชดเชยให้ครบตามจำนวน พร้อมยืนยันว่า จะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด 100% โดยได้จัดสรรเงินทุนของบริษัทไว้กว่า 6,340 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 2.12 แสนล้านเพื่อรองรับการดำเนินการในส่วนนี้
และล่าสุด ทางไบแนนซ์ได้กลับมาเปิดระบบถอนเงินอีกครั้ง โดยในเฟสแรกนี้จะครอบคลุมสินทรัพย์คริปโทฯ จำนวน 15 สกุล ได้แก่ บิตคอยน์ (Bitcoin), อีเธอร์ (Ether), เอกซ์อาร์พี (XRP), โดจคอยน์ (Dogecoin) เป็นต้น ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลส่วนที่เหลืออีก 5% นั้น เป็นกลุ่มเหรียญที่มีสภาพคล่องต่ำกว่า ทำให้ต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการจัดหาสินทรัพย์มาทดแทนให้ครบตามจำนวน
ขณะที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ (FBI) ระบุว่า เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว หลังบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล 2 แห่ง ให้ข้อมูลกับบีบีซีว่า น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ลาซารัส (Lazarus Group) หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า “เทรดเดอร์เทรเตอร์” (TraderTraitor) ซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ
"ไบแนนซ์" ระบุว่า เป้าหมายต่อไปคือการกลับมาเปิดให้บริการถอนสินทรัพย์แก่ผู้ใช้งานอีกครั้ง โดยคาดว่าจะสามารถเปิดระบบได้ในวันอาทิตย์นี้
เหตุการณ์นี้ถูกประเมินว่าเป็นการโจรกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการคริปโทเคอร์เรนซี แซงหน้าเหตุโจมตีแพลตฟอร์ม Bybit ที่มีมูลค่าความเสียหาย 1,500 ล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2025 ซึ่งเอฟบีไอก็ระบุว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังเช่นกัน แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อกล่าวหามาตลอด