นายกรัฐมนตรี จาร์ซินดา อาร์เดริ์น ผู้นำนิวซีแลนด์ ระบุว่าทุกประเทศควรร่วมมือกันแก้ปัญหาการใช้แพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียในการเผยแพร่หรือยั่วยุให้เกิดความรุนแรงโดยก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กได้เปิดเผยว่าแม้การไลฟ์สดของคนร้ายขณะก่อเหตุไล่ยิงผู้คนภายในมัสยิดเมืองไครสเชิร์ทซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว จะมีคนดูไม่ถึง 200 ครั้ง แต่หลังจากนั้นเฟซบุ๊กต้องไล่ลบคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวที่แพร่ไปตามเพจต่างๆเป็นจำนวนถึง 1.5 ล้านคลิป
แม้บริษัทโซเลียลมีเดียหลายแห่งจะยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับสิ่งที่ปรากฏบนแพลทฟอร์มของตังเอง แต่อาร์เดริ์นเห็นว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ควรสนใจแค่เรื่องกำไรเพียงอย่างเดียว โดยปฏิเสธการรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ส่วนที่สหรัฐฯ คณะกรรมาธิการของสภาคองเกรสได้เชิญผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำมาชี้แจงว่าเหตุใดคลิปเหตุกราดยิงมัสยิดในนิวซีแลนด์จึงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยคณะกรรมาธิการความมั่นคงมาตุภูมิ สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ระบุว่าโลกโซเชียลจำเป็นที่ต้องมีการคัดกรองภาพที่แสดงความรุนแรง