ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (22 มี.ค.) 4 พรรคการเมืองใหญ่ได้ปราศรัยครั้งสุดท้ายก่อนจะถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ที่จะถึงนี้ โดยที่ สนามเทพหัสดิน ซึ่งเป็นเวทีของพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐได้ขึ้นปราศรัยครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
โดย นทีที่พลเอกประยุทธ์ ปรากฎตัวบริเวณสนามเทพหัสดิน ก็เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาผู้สนับสนุนที่มาร่วมฟังการปราศัยของพรรคพลังประชารัฐ โดยพลเอกประยุทธ์ ประกาศว่า จะนำพาประชาชนทั้ง 77 จังหวัดไปข้างหน้าให้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม พร้อมขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ให้ความรัก และกำลังใจ โดยสัญญาว่า จะตอบกลับคืนไปไม่น้อยกว่าที่ให้มา และตนพร้อมยอมตายเพื่อแผ่นดินนี้ และต้องรักษาแผ่นดินของเราไว้ให้กับลูกหลานต่อไป
อีกหนึ่งพรรคการเมืองที่เปิดเวทีปราศัยกลางกรุง นั้นคือพรรคประชาธิปัตย์ ได้ใช้ลานคนเมือง เปิดเวทีปราศัยสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยมีเหล่าบรรดาขุนพลขึ้นเวทีปราศัยขอคะแนนอย่างต่อเนื่อง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำจุดยืนว่า ต้องการผ่าวงจรอุบาทว์ทางการเมือง จึงประกาศชัดเจนไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ และไม่ร่วมกับคนโกง เพราะ หากทำเช่นนั้นจะไม่สามารถทำความฝันในวัยเด็กที่ต้องการเป็นนักการเมืองสุจริตได้สำเร็จ ซึ่ง ณ.จุดนี้ หมดเวลาเกรงใจใครแล้ว
นอกจากนี้ยังพูดถึงการขึ้นเวทีปราศรัยพรรคพลังประชารัฐ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไปร่วมเวทีไม่นาน และไม่เคยร่วมดีเบตกับพรรคการเมืองอื่น พร้อมเตือนพล.อ.ประยุทธ์ ว่าควรยุติบทบาท เนื่องจาก เป็นทางออกที่ที่สุด
อีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ย้ำจุดยืนทางการเมือง นั้นคือพรรคเพื่อไทย ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง แกนนำพรรคเพื่อไทย ยังคงเน้นย้ำ ประกาศที่จะพาประชาชนออกจากความทุกข์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวปราศรัยว่า
วันนี้เป็นวันครบรอบ 27 ปี กับการเป็น ส.ส. กทม.ครั้งแรก และมีเหตุการณ์ที่คล้ายกับปัจจุบัน และในปี 2535 พลังประชาชนชนะพลังสืบทอดอำนาจ และสิ่งที่ทำให้เพื่อไทยยืนอยู่ได้ เพราะประชาชนทุกคนไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์คนรู้จัก แต่เราเป็นครอบครัวญาติมิตร
วันที่ 24 มีนาคม จึงเป็นเวลาคืนความสุข และเงินในกระเป๋าทั้งหมด ด้วยปลายปากาของทุกคนกับการตัดสินอนาคตประเทศ