เมื่อวันที่ (25 มี.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้พรรคเพื่อไทย ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยจะรวบรวม ส.ส.ให้เกิน 300 เสียง แต่การที่ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว ทำให้ไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเป็น ส.ส.แม้แต่คนเดียว อาจทำให้ การจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี อาจเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเจรจากับพรรคการเมืองอื่น แต่เบื้องต้น ยืนยันว่า การที่ได้เสียง ส.ส.มากที่สุดในสภา เป็นความชอบธรรมที่ได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน
คุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่า การที่พรรคเพื่อไทย ได้ ส.ส.ระบบเขต 137 เสียง ถือว่า มีจำนวน ส.ส.มากที่สุดจากการเลือกตั้ง จึงประกาศเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ในฐานะพรรคการเมืองที่มีเสียงเป็นอันดับหนึ่ง แม้จะส่งผู้สมัคร ส.ส.เพียง 250 เขต
ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย ไม่มี ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อเลย ซึ่งจะทำให้ คุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ได้เป็น ส.ส. และทำให้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ของพรรค ไม่มีใครเป็น ส.ส. จะส่งผลต่อการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคอนาคตใหม่ เคยประกาศว่าจะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.เท่านั้น คุณหญิงสุดารัตน์ เห็นว่า จะเป็นประเด็นที่หารือกันร่วมกับพรรคอื่นๆ ที่จะทาบทามมาร่วมรัฐบาล โดยยังไม่ตอบว่า นายกรัฐมนตรี จะเป็นแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย หรือ พรรคอื่น เพราะเห็นว่า การตั้งรัฐบาลครั้งนี้ จะเป็นรัฐบาลที่มีเป้าหมายเพื่อนำประเทศกลับเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตย และเป็นสากล โดยเชื่อว่า ทุกพรรคที่จะเชิญมาร่วมรัฐบาล จะหารือกันเพื่อเสนอทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค ยืนยันจะเดินหน้าทาบทามพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลทันทีหลังจากนี้ โดยมองว่า จะสามารถรวบรวมเสียง ส.ส.ได้มากกว่า 300 เสียง ตามที่แต่ละพรรคเคยประกาศจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะที่ผ่านมา เห็นว่า มีเพียงพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมพลังประชาชาติไทยเท่านั้น ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เช่นกัน แต่เมื่อนายอภิสิทธิ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรค ก็ต้องดูว่า ผู้บริหารชุดใหม่ จะมีท่าทีอย่างไร
ด้านนายโภคิน พลกุล ยืนยันว่า แม้พรรคพลังประชารัฐ จะได้คะแนนดิบมากกว่า แต่ตามหลักสากล ในระบอบรัฐสภา จะนับพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุด เป็นพรรคอันดับหนึ่ง เพราะกระบวนการต่างเป็นกระบวนการในสภาผู้แทนราษฎร และมีตัวอย่างจากประเทศอังกฤษ ที่ยึดถือหลักนี้ หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา ก็ถือว่า โดนัล ทรัมป์ ชนะการเลือกเลือกตั้ง เพราะมี ส.ส.มากกว่า แม้จะได้คะแนนรวม น้อยกว่าก็ตาม