การแก้ปัญหาหมอกควัน 9 จังหวัดภาคเหนือยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง วันนี้เข้าสู่วันที่ 6 จากที่นายกรัฐมนตรีขีดเส้นเอาไว้ 7 วัน สถานการณ์ในพื้นที่ยังมีหลายจุดที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ
เฟซบุ๊กศูนย์ข้อมุลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ CCDC โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า เช้านี้คุณภาพอากาศหลายจุดตรวจวัดในพื้นที่ภาคเหนือยังอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากอากาศที่ไม่ยกตัว ทำให้มีฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมในพื้นที่
ส่วนการควบคุมจุดความร้อนทำได้ดีขึ้นจนจำนวนจุดความร้อนในประเทศไทยลดลงอย่างมากยังเหลือจุดความร้อนบริเวณตะเข็บชายแดน และในประเทศเมียนมาร์อาจมีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นได้อีกหากมีสภาพที่แห้งแล้งต่อเนื่องในสัปดาห์หน้านี้ และอาจทำให้เกิดหมอกควันข้ามแดนเข้ามายังภาคเหนือของได้ไทย
เว็บไซต์ AirVisual รายงานคุณภาพอากาศเมืองต่าง ๆ ของโลก พบ เชียงใหม่ วันนี้ติดอันดับ 4 เมืองคุณภาพอากาศแย่ โดยวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาสได้ 166 US AQI ส่วน PM2.5 อยู่ที่ 90.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ขณะที่ เว็บไซต์ Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ พบ จุดตรวจวัดที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย, ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน และตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน คุณภาพอากาศเกินมาตรฐานระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) ส่วนจุดอื่น ๆ ส่วนใหญ่สถานการณ์ลดลงมาอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม)
ทุบสถิติ !! “เชียงใหม่” ค่า PM2.5 สูง อันดับ 1 ของโลก
สั่งเข้มขจัดไฟป่า ล่ามือเผาปรับทัศนคติ
โดยที่จังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยพันเอก พศิน แสนคำ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลการดำเนินการบังคับใช้มาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าของจังหวัดเชียงราย เชื่อว่าไฟป่าเกิดจากการมีผู้ลักลอบเข้าป่าเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ แล้วลุกลามในบริเวณพื้นที่สูงชัน ห่างไกลชุมชน อย่างไรก็ตามผลการดำเนินการอย่างเข้มข้นในห้วงวันที่ 3-7 เมษายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้กระทำผิด 4 คดี
จากปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย จึงทำข้อเสนอเรื่องการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างยั่งยืนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือรวมทั้งรัฐบาล ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 4 ข้อ คือ 1.การทบทวนนโยบายห้ามเผาเพราะตั้งแต่ปี 2559-2562 พิสูจน์แล้วว่ามาตรฐานกำหนดวันห้ามเผา ไม่ได้ช่วยลดปัญหาหมอกควัน
2.การทบทวนเกณฑ์มาตรฐานฝุ่น PM2.5 ในประเทศ โดยให้ปรับลดค่ามาตรฐานของไทยที่อยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลงมาให้เท่ากับค่ามาตรฐานจของ US EPA คือ 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
3.การกำหนดแนวปฏิบัติตนในสภาวะหมอกควัน ให้กับคนแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก คนชรา ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ และทบทวนการสร้างพื้นที่สีเขียว
4.การจัดการไฟป่า อย่างเป็นระบบและจัดระเบียบการเผา ไม่ใช่ ใช้มาตรการสั่งห้ามเผาเท่านั้น