เหตุการณ์ประชาชนในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เบียดเสียดอยู่บนบันไดเลื่อน เพื่อยายามออกจากตัวห้าง หลังจกได้กลิ่นควันไฟ และบางจุดมีควันไฟ จากเหตุเพลิงไหม้ที่ ชั้น 8 ของโรงแรมเซนทาราแกรนด์ลอยเข้ามา โดยไม่มีการแจ้งเตือนทั้งจกเสียงสัญญาณหรือเสียงตามสาย เป็นภาพที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนเผชิญเหตุหรือไม่ แม้ว่าเซ็นทรัลเวิลด์ จะออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ระบบเตือนภัยทำงานปกติ แต่ไปดังเฉพาะจุดเกิดเหตุที่ชั้น B2 และชั้น 8 เท่านั้น
ข้อมูลจากนักดับเพลิง อธิบายว่า การแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ในอาคารที่มีประชาชนอยู่จำนวนมาก จะไม่ใช้ระบบการเตือนแบบออโต้เมติก เพราะหากเป็นเช่นนั้น ถ้ามีไฟไหม้เพียงเล็กน้อย แต่ระบบไปแจ้งเตือน อาจทำให้คนจำนวนมากแตกตื่น สับสน กลายเป็นความโกลาหลวุ่นวาย และทำให้เกิดความบาดเจ็บสูญเสียเกินกว่าที่ควรจะเป็นได้ ดังนั้นในระบบเตือนไฟไหม้ในอาคารรูปแบบนี้จะใช้วิธี “หน่วงเวลา” เพื่อให้ผู้รับผิดชอบ คือ Fireman ประจำอาคาร เป็นผู้ตัดสินใจเตือน
ในอาคาร จะมีระบบตรวจจับ 2 ระบบ คือ ระบบตรวจจับความร้อน (Heat Detector) และระบบตรวจจับควัน (Smoke Detector) ซึ่งเมื่อระบบตรวจจับได้ว่า มีเหตุเพลิงไหม้ ก็จะส่งสัญญาณเตือนไปที่ห้องควบคุม และหน่วงเวลาการแจ้งเตือนทั้งระบบไว้ตามแต่ที่จะตั้งเวลาไว้ เช่น 3 นาที 5 นาที หรือ 10 นาที เพื่อให้ผู้รับผิดชอบประเมินสถานการณ์ ว่าเป็นเหตุที่สามารถควบคุมเพลิงได้หรือไม่ ใช้เวลาเท่าไหร่ จะบานปลายหรือไม่ และจะตัดสินใจเปิดการแจ้งเตือนไปยังประชาชนในอาคารให้ได้รับทราบหรือไม่
จุดนี้ ถือเป็นจุดที่ถูกตั้งข้อสังเกตเพราะถ้าจะพิจารณาว่า การไม่ประกาศเตือนภัยภายในห้าง อาจเป็นเพราะไม่ต้องการให้เกิดความโกลาหล เพราะจุดที่ไฟไหม้อยู่คนละอาคารที่มีทางเชื่อมต่อกันเท่านั้น แต่จากภาพที่เห็นในเหตุการณ์ จะเห็นว่า ประชาชนเริ่มอพยพกันเองแล้ว หลังได้กลิ่นควันไฟ และมองเห็นกลุ่มควันลอยเข้ามาในห้าง ดังนั้นจึงถือว่า มีความโกลาหลเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งตามหลักการ ควรมีเสียงตามสายประกาศเตือน หรือให้ข้อมูลว่าในห้างไม่ได้จุดเกิดเหตุ รวมทั้งต้องมีเจ้าหน้าที่มาประจำจุดเพื่ออำนวยความสะดวก บอกเส้นทางอพยพที่ถูกต้องแก่ประชาชน เช่นทางไปบันไดหนีไฟซึ่งปลอดภัยที่สุด หรือหากจะใช้เส้นทางปกติ หรือบันไดเลื่อนที่อยู่ใกล้ทางออกมากกว่า ก็ต้องมีเจ้าหน้าที่มาอำนวยการให้ข้อมูล และบอกเส้นทาง เพื่อให้การอพยพเป็นไปอย่างเรียบร้อย
นายพรรัตน์ บริพันธ์ วิทยากรด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย แนะนำประชาชน ที่ต้องไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่เกิดเพลิงไหม้ โดยระบุว่า เมื่อสังเกตพบว่ามีกลุ่มควัน หรือมีเพลิงไหม้ในห้าง ให้สังเกตพื้นที่โดยรอบว่ามีทางออกอยู่ที่ไหน หรือถ้ามีเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานของห้าง ก็ให้เข้าไปสอบถามทันที ว่ามีเส้นทางไหนที่ปลอดภัยในการออกจากห้าง เพราะกลุ่มพนักงานจะเป็นกลุ่มที่ถูกฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุมาแล้ว
ทีมข่าว PPTV สอบถามพนักงานร้านอาหารให้ห้างสรรพสินค้าเซนทรัลเวิลด์ แสดงความเห็นว่า การรับมือไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (10 เม.ย.) ไม่ตรงกับแผนซ้อมเผชิญเหตุที่ส่งตัวแทนร้านค้าไปซ้อมกับพนักงานห้างสรรพสินค้าทุกเดือน ซึ่งตามแผนกำหนดว่า เมื่อพบเหตุไฟไหม้ จะมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปตรวจสอบเหตุ หากไม่สามารถระงับเหตุได้จะแจ้งเตือนเป็น “รหัส” เพื่อให้อพยพลูกค้าออกจากห้างจากนั้นจะมีสัญญาณแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้งเพื่อให้เร่งอพยพ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ไม่พบการดำเนินการในเหตุเมื่อวานนี้ แต่อาจมีข้อโต้แย้งได้ว่า เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ไม่ได้เกิดในอาคารที่เป็นห้างสรพพสินค้าโดยตรง
พนักงานอีกคนให้ข้อมูลว่า เขาได้ยินเสียงสัญญาณแจ้งเตือนสุดท้ายดังขึ้น เป็นเสียงคล้ายไซเรนรถโดยเขาสามารถถ่ายคลิปขณะที่ห้างฯเปิดเสียงดังกล่าวไว้ได้ ในเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้าและพนักงานอพยพออกจากห้างเกือบหมดแล้ว
พนักงานในห้างฯหลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่า กลุ่มคนกลุ่มแรกๆ ที่สงสัยว่าเกิดเหตุไฟไหม้หรือเปล่า คือ ลูกค้า เพราะเห็นความผิดปกติหลายอย่างจากกลิ่นและควันที่ลอยเข้ามา แต่กลุ่มพนักงานส่วนใหญ่รับรู้ข้อมูลหลังลูกค้า เพราะแต่ละคนทำงานในส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นข้อสังเกตุว่า แตกต่างจากการซ้อมแผนหนีไฟ ที่พนักงานต้องช่วยแนะนำและอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าออกจากห้างอย่างปลอดภัย
ระทึก!! ไฟไหม้ เซ็นทรัลเวิลด์ "เชียร์ ทิฆัมพร" ระบุเหตุเกิดชั้น 7