วันนี้ (29 เม.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดอุทัยธานี จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกผักสดต้องลดพื้นที่การปลูก จึงมีปริมาณผักสดชนิดต่าง ๆ เข้าสู่ตลาดน้อยลง ไม่เพียงต่อความต้องการ ส่งผลให้ผักสดหลายชนิดที่เป็นความต้องการราคาขยับแพงขึ้นลิ่ว จากการสำรวจผักสดในตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี พบว่าผักสดหลายชนิด โดยเฉพาะถั่งฝักยาว ต้นหอม ผักชี และพริกสด ขณะนี้ขยับราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว
โดยแม่ค้าในตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี เปิดเผยว่า ถั่วฝักยาว จากราคากิโลกรัมละไม่เกิน 30 – 40 บาท ตอนนี้ขยับราคาแพงขึ้นเป็นกิโลกรัม 120 – 150 บาท ทำให้แม่ค้าไม่กล้าหารับซื้อมาวางขายจำนวนมาก ๆ เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบคือร้านส้มตำที่ต้องใช้ถั่วฝักยาวเป็นวัตถุดิบหลักไม่กล้าซื้อไปปรุงส้มตำขาย เพราะสู้ราคาไม่ไหว หรืออย่าง มะระ จากกิโลกรัมละ 30 บาท เป็นกิโลกรัมละ 60 บาท พริกสดเขียวจากกิโลกรัมละ 50 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 80 บาท พริกสดแดงจากกิโลกรัมละ 100 บาท ขึ้นเป็นกิโกรัมละ 150 บาท ขึ้นช่ายกิโลกรัมละ 100 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัม 150 บาท และผักชี ต้นหอม จากกิโลกรัมละ 100 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัม 200 บาท ส่วนมะนาวขึ้นเป็นลูกละ 5 – 8 บาท แล้ว ซึ่งหลังจากราคาผักแพงขึ้นผู้บริโภคต้องเลือกซื้อผักที่มีความต้องการแต่ละชนิดให้น้อยลง โดยซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
ขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดมหาสารคามวิกฤตหนัก โดยเฉพาะที่ บ้านเหล่า ตำบลเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม แหล่งน้ำที่นำมาผลิตน้ำประปาหมู่บ้านแห้งขอด ไม่สามารถนำน้ำมาผลิตประปาได้ ส่งผลให้ชาวบ้าน 6 หมู่บ้านไม่มีน้ำอุปโภคบริโภค ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลเม็กดำ ประสานขอรถน้ำจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งต้องไปรับน้ำมาจาก อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร วันละ 3 เที่ยว นำรถน้ำมาแจกจ่ายน้ำ ที่จุดกลาง 3 จุด คือ วัดบ้านมะเห็บ สามแยกบ้านเหล่างิ้ว และวัดบ้านเหล่า เพื่อให้ชาวบ้านนำภาชนะมาใส่น้ำเพื่อนำไปอุปโภคบริโภคในครัวเรือน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งนี้ได้แจกจ่ายน้ำให้กับราษฎรทั้ง 6 หมู่บ้าน รวมแล้วจำนวน 580,000 ลิตร