ทั้งหลักการ และเหตุผลในการปรับแก้กฎหมาย ผลกระทบ และการเตรียมความพร้อมในการปฎิบัติ หลังมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษฉบับใหม่ ที่มีการแก้ไขปรับปรุงมาตรการในการควบคุมยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสอดคล้องตามหลักสากล โดยมีบทบัญญัติโดยตรงเกี่ยวกับกัญชา ซึ่งเป็นพืชที่มีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และเป็นยารักษาโรคได้ โดยนักวิจัยและผู้ผลิตสารสกัดกัญชาเพื่อการแพทย์เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมาย และการออกข้อกำหนดใหม่จะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัย และการแพทย์ไทย
โดย นศ.นพ.ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา กรรมการแพทยสภา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีจุดยืนชัดเจนไม่สนับสนุนให้ใช้กัญชาเสรี ด้วยเหตุผลที่ว่า “ทางการแพทย์หวาดกลัวเรื่องของเด็กปัญญาอ่อน และทำให้เกิดโรคจิต และอาการวิปลาสชั่วขณะ”
ขณะที่ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวในตอนหนึ่งว่า “แม้กัญชาจะมีสรรพคุณเป็นยาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยในบางโรคแต่ถ้าใช้กัญชาอย่างไม่ถูกต้องและไม่มีการควบคุมก็จะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสังคม” จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ ด้วยการผลิตเป็นยาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น ผสมในอาหาร หรือผลิตเพื่อการค้า
“โดยในขณะนี้มีผู้ใช้กัญชาเพื่อบำบัดรักษาอยู่ที่ประมาณ 1 แสนคน แต่เป็นผู้ที่มีความรู้ในการใช้กัญชาอย่างถูกต้องเพียง 200 คน”
ส่วนคืบหน้ากฎหมายลูก 10 ฉบับซึ่งออกไปแล้ว 3 ฉบับแรก เป็นเรื่องบทนิรโทษกรรม นั้นขอให้มั่นใจได้ว่า ที่เราออกเพื่อเอื้อต่อระบบให้มากที่สุด โดยกฎหมายลูกเรื่องนิรโทษให้กับ 3 กลุ่ม คือ คนไข้ที่ใช้อยู่ ผู้ผลิต และวิจัย ส่วนกฎหมายลูกอีก 2 ฉบับ เกี่ยวกับประกาศตำรับยา และประกาศที่เกี่ยวข้องกับแพทย์แผนไทย
นพ.ธเรศ กล่าวถึงบทเฉพาะกาลที่ให้แจ้งการครอบครองกัญชา หลัง 90 วันจะเป็นอย่างไรนั้น เรามีการเขียนเอื้อให้กับผู้ป่วย ส่วนของกลางที่หน่วยงานจะใช้เพื่อการวิจัย สามารถนำไปใช้ได้ ปัจจุบันมีการประสานมอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กรณีมีความจำเป็นต้องมียา ช่วงเปลี่ยนผ่าน นำของกลางที่ดีๆ มาผลิตได้
ด้าน รศ.วิเชียร กีรตินิจกาล ผอ.ศูนย์วิทยาการเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรแห่งชาติ ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่านโยบายกัญชาเสรีจริงๆ อยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐโคโลราโด ที่พยายามปราบกัญชาใต้ดิน แต่กลับพบว่าวันนี้ก็ยังมีมากขึ้น และยังพบเด็กอายุ 13-20 ปี ใช้กัญชามีถึง 85% หญิงตั้งครรภ์ก็ใช้ทั้งๆ ที่ห้ามใช้ รวมไปถึงอุบัติเหตุทางรถยนต์มีมากขึ้น สถิติการเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินเกิดมากขึ้น
“และสิ่งที่เราไม่รู้เลย ก็คือ มีการศึกษาที่แคนนาดาเป็นเวลา 4 ปี กับเด็ก 3,800 คน ใน 31 โรงเรียน พบเด็กสูบกัญชาบ่อยๆ ความคิด สติปัญญาเสื่อมอย่างถาวร นี่คือเหตุผลที่ทุกประเทศตกใจกลัว จึงกำหนดอายุ 21 ปีขึ้นถึงจะสูบกัญชาได้”
ดังนั้น ถ้าประเทศไทยมีนโยบายกัญชาเสรี ถามว่า “เราจะปกป้องได้หรือไม่และจะต้องมีการควบคุมการใช้”
“พันธุ์บุรีรัมย์” จุดเริ่ม กัญชาเสรี จุดร่วม รัฐบาลใหม่