ภาพถ่ายจากยาน ลูนาร์ รีคอนเนสซองซ์ ออร์บิเทอร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter) ของนาซา แสดงให้เห็นว่า ในปัจจุบันนี้ ดวงจันทร์มีขนาดเล็กลงหรือบางลง 50 เมตร อันเป็นผลจากโครงสร้างภายในที่เย็นลงตลอดหลายร้อยล้านปีที่ผ่านมา ทำให้เปลือกดวงจันทร์หดตัวและเกิดรอยแยก โดยการหดตัวนี้ทำให้เปลือกอันเปราะบางของดวงจันทร์เกิดการแตกร้าว
ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดหน้าผาที่มีพื้นผิวเป็นชั้นๆคล้ายขั้นบันไดบนดวงจันทร์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ยานลูนาร์ รีคอนเนสซองซ์ ออร์บิเทอร์ สามารถถ่ายภาพหน้าผาเหล่านี้บนดวงจันทร์ได้ถึง 3,500 แห่ง
นอกจากนี้ ในขณะที่หดตัว ดวงจันทร์ยังเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งตามแนวรอยเลื่อนมีพลังด้วย
ทีมนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ภาพจากยานลูนาร์ รีคอนเนสซองซ์ ออร์บิเทอร์ ร่วมกับข้อมูลจากเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวบนดวงจันทร์ของยานอพอลโล 11,12,14,15 และ 16 ระหว่างปี 1969 ถึงปี 1977 ซึ่งบันทึกการเกิดแผ่นดินไหวได้ 28 ครั้ง และได้ข้อสรุปว่าแผ่นดินไหวอย่างน้อย 8 ครั้ง เกิดจากการเคลื่อนไหวของรอยเลื่อนบนดวงจันทร์ ซึ่งรอยเลื่อนพวกนี้ยังคงมีพลังและทำให้เกิดแผ่นดินไหวมาจนถึงทุกวันนี้ โดยแผ่นดินไหวบางส่วนค่อนข้างรุนแรงสามารถวัดได้ที่ระดับ 5 หรือ 4 ตามมาตราริกเตอร์ อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆต่อโลก
ขณะที่ จอห์น เคลเลอร์ หนึ่งในทีมวิจัย และนักวิทยาศาสตร์ ระบุว่า การนำข้อมูลจากเมื่อ 50 ปีก่อนมาวิเคราะห์ร่วมกันกับภาพจากยาน ลูนาร์ รีคอนเนสซองซ์ ออร์บิเทอร์ ช่วยเพิ่มความเข้าใจที่มีต่อดวงจันทร์และช่วยกำหนดทิศทางของการส่งยานไปสำรวจโครงสร้างของดวงจันทร์ได้ง่ายขึ้นในอนาคต เพราะแม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะได้ข้อมูลจำนวนมากจากยานอพอลโล แต่ก็ยังถือเป็นความรู้ที่ผิวเผิน