เมื่อวันที่ (23 พ.ค. 62) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kaew Detnarong โพสต์คลิปกล้องหน้ารถและกล้องหลังรถ ในวันที่ 20 พ.ค. 62 เวลาประมาณ 16.45 น. เจ้าของคลิปได้ขับรถพยาบาลอาสาสมัคร รหัสเทพกระษัตรี 05 จากนาคามุ่งหน้าแยกเซ็นทรัล พอขึ้นจากอุโมงค์หน้าห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ก็วิ่งอยู่เลนขวาสุด แล้วก็เปลี่ยนเข้าเลนกลาง เมื่อเข้าเลนกลางแล้ว มองกระจกมองข้างด้านซ้าย เห็น จยย. จากเลยซ้ายจะแซงรถกระบะสีแดง จึงได้บีบแตรเตือน เพราะรถเกือบจะชนด้านซ้ายของรถพยาบาลแล้ว ปรากฏว่าคนซ้อน จยย. ได้ใช้ของแข็งข้างใส่กระจกหลังรถพยาบาล ผมจึงชะลอรถ คนขับ จยย.ได้ขับมาเทียบข้างและบอกให้จอด ผมจึงบอกว่าได้ แต่มองเห็นทางกระจกว่า คนซ้อนได้ชักอาวุธสีดำออกมา จึงได้ขับรถต่อไปไม่จอด
แต่เขาก็ขับตามมา และบอกให้จอด ผมก็ขับไปเรื่อยๆ เพราะถ้าเขาไม่ตามผมจะได้เลี้ยวเข้าโลตัสเพื่อไปซื้อยาใส่รถพยาบาล ปรากฏว่าเขาลงมาจาก จยย.วิ่งตามมาผมจึงได้เร่งขับออกไป แต่เขาก็ขึ้นรถขับตามมาขว้างของแข็งใส่กระจกอีกครั้ง แล้วเร่งแซงขึ้นมาทางด้านคนขับ คนซ้อนได้แทงกระจกฝั่งคนขับ ผมจึงเบี่ยงรถไปหาเขา เพื่อให้เขาหลบออกไป แต่เขาได้เร่งแซงขึ้นหน้ารถ และชี้หน้าด้วยมีดในมือ ผมเห็นว่าเขาไม่ปล่อยผมแน่ ผมจึงได้เบิ้ลเครื่องขู่ แต่เขาใช้มีดแทงหน้ารถ ผมจึงเร่งเครื่องเบียดรถจักรยานยนต์ เพื่อให้เขากลัวแต่ปรากฏว่าเขาได้ขับไล่ตามมาใช้ขวานฟันกระจกหลังรถและกระจกด้านข้าง จึงได้เร่งเครื่องหนี และมีตำรวจจราจรขับรถอยู่ด้านหน้าไกลๆ เขาเห็นตำรวจจึงเลี้ยวรถกลับไปทางโลตัส โดยมีคนถามว่าทำไมไม่ชน ผมเป็นรถพยาบาล เราถูกฝึกมาช่วยคนไม่ใช่ทำร้ายคน
ล่าสุด พล.ต.ต.วิศาล พันธุ์มณี ผบก.ภจว.ภูเก็ต เเละพ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง รองผบก.ภจว.ภูเก็ตได้ร่วมสอบสวนพร้อมแถลงข่าวการจับกุม โดยมี นาย เดชณรงค์ ส่งแสงซึ่งเป็นทนายความ และเป็นอาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตประมาณ 30 นายร่วมรับฟัง
เบื้องต้นผู้ก่อเหตุทั้งสองให้การสารภาพ ว่าได้กระทำจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกบีบแตรไล่ เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสภ.วิชิตดำเนินคดีในข้อ กล่าวหาว่า “ทำให้เสียหาย ทำลาย ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยและทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ” พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในฐานความผิด มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เเละจนท.อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อกล่าวหาอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลังต่อไป