เมื่อวันที่ (30 พ.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ยกซากลูกช้างขึ้นมาจากหนองน้ำบริเวณหมู่บ้านเทพประทาน ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนผ่าชันสูตร เป็นซากช้างป่าอายุประมาณ 1 ปี 2 ตัว
นายวีระพงศ์ โคระวัตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เปิดเผยว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นคลองธรรมชาติลึกประมาณ 4-5 เมตร มีลักษณะตลิ่งชัน และมีต้นธูปฤาษีหนาแน่น พบร่องรอยโขลงช้างป่าจำนวนมากว่า เบื้องต้นคาดว่า โขลงช้างพยายาม ช่วยลูกช้างขึ้นมาจากน้ำ แต่ไม่สามารถทำได้ ทำให้ลูกช้างจมน้ำตาย แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องคนทำร้ายช้างเนื่องจากในพื้นที่ยังมีปัญหาระหว่างคนกับช้างป่า และจากการตรวจซากช้างเบื้องต้น พบรอยกระสุน แต่เป็นรอยกระสุนเก่าที่เกิดขึ้นนานแล้ว
นายเอกสิทธิ์ จันดากุล เจ้าของสวนยางพาราบริเวณที่เกิดเหตุ เล่าว่าเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ยินเสียงโขลงช้างป่าร้องคล้ายกับโดนไล่มา แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติเพราะมีช้างเข้ามาหากินประจำ กระทั่งช่วงเที่ยงของวันที่ 27 พฤษภาคม พบว่ามีลูกช้างป่านอนตายอยู่ในหนองน้ำ ยืนยันว่า ไม่เคยใช้ความรุนแรงกับช้างป่าที่เข้ามาหากินในบริเวณนี้ และเหตุที่ช้างตายคาดว่า ลูกช้างไม่สามารถผ่านต้นธูปฤาษีไปได้และน้ำมีความลึกจึงทำให้ช้างขึ้นไม่ได้
สัตวแพทย์หญิง ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา ระบุว่า ได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและเศษอาหารในกระเพาะของช้างทั้ง 2 ตัว ไปตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีน้ำและดินโคลนเข้าไปในบริเวณหลอดลมและปอด ตับ ลำไส้ กระเพาะอาหาร ค่อนข้างเน่าเปื่อย นอกจากนี้ยังพบว่ามีลูกกระสุนจำนวน 1 นัด ที่บริเวณลำตัวแต่ไม่ได้เข้าจุดอวัยวะสำคัญ คาดว่าถูกยิงมาแล้วประมาณ 1 เดือน ซึ่งไม่น่าเป็นสาเหตุของการตาย ซึ่งการเสียตายเป็นได้ทั้งการจมน้ำ และได้รับสารพิษเข้าไปซึ่งจะต้องรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะทราบสาเหตุการตายของช้างป่าทั้ง 2 ตัว