เมื่อวันที่ (5 มิ.ย. 62) นายชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชและโรงพยาบาลบีเอ็นเอช บริษัท กรุงเทพดุสิต เวชการ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลสมิติเวชสาขาสุขุมวิทได้ให้บริการรักษาผู้ป่วยต่างชาติที่เป็นชาวญี่ปุ่นมากเป็นอันดับ1 ตามด้วยชาวอเมริกัน อังกฤษ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาทำงานและอาศัยอยู่ประมาณ 65,000 คน และเข้ามาท่องเที่ยวปีละ 1.5 ล้านคน
ทั้งนี้ จะพบว่าแนวโน้มดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอีก 1-2 ปีข้างหน้าที่เปิดโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ(อีอีซี) จะมีนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและเปิดบริษัทรวมทั้งเข้ามาทำงานอีกมากและส่วนใหญ่เข้ามาเป็นครอบครัวจึงทำให้ต้องขยายบริการดังกล่าวเพิ่มจากสมิติเวชศรีราชาที่ปัจจุบันรักษาผู้ป่วยต่างชาติ 12% โดยเป็นชาวญี่ปุ่น 50%
ส่งผลให้บริษัทได้ร่วมกับ 2 โรงพยาบาลชั้นนำในญี่ปุ่น คือ ทากัตสึกิและซาโน่ โดยใช้เงินลงทุน 900 ล้านบาท ในการเปิดให้บริการโรงพยาบาลญี่ปุ่น สมิติเวช ในซอยสุขุมวิท49 ถือเป็นโรงพยาบาลนอกประเทศญี่ปุ่นแห่งแรกในอาเซียนอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อให้บริการรักษาผู้ป่วยทั้งคนไทยและต่างชาติโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น
สำหรับโรงพยาบาลญี่ปุ่น สมิติเวช ในซอยสุขุมวิท49 แห่งนี้ มีขนาด 30 เตียง มีทีมแพทย์ พยาบาลญี่ปุ่น และเครื่องมือทันสมัย มีโอเปอร์เรเตอร์สื่อสารภาษาญี่ปุ่นบริการ 24 ชม.ตั้งเป้าหมายให้การรักษาคนญี่ปุ่นวันละ 20% ประมาณ 400 คน จากทั้งหมดวันละ 2,000 คน
นายชัยรัตน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามปี2562นี้บริษัทยังไม่มีแผนขยายสาขา แต่ยังคงเดินหน้า ใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 1,500 ล้านบาท ขยายบริการ เทคโนโลยี อุปกรณ์การแพทย์ ทำการตลาด รวมทั้งปรับปรุงบริการด้านต่างๆ เน้นทำการตลาดและการบริการเป็นหลัก มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้รวม 20,000 ล้านบาท