วันนี้ (11 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดระยองลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ของบริษัทบุญทวีสิน จำกัด และเก็บตัวอย่างสภาพน้ำปนเปื้อนที่รั่วซึมออกจากพื้นดิน หลังมีฝนตกลงมา เพื่อนำไปตรวจสอบหาองค์ประกอบของสารเคมี
นายชัยยง โกศลวิทยานันต์ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ระบุว่า ยังไม่ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นมากนัก เพราะเพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโรงงานแห่งนี้มีสภาพอยู่ในสถานะหยุดประกอบกิจการไปแล้ว ส่วนบ่อขนาดใหญ่จำนวน 2 บ่อ ที่ตอนนี้ถูกถมดินไปแล้ว คาดว่าโรงงานทำไว้จัดเก็บน้ำเสียจากการชะล้างภายในโรงงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ แต่ปัญหาคือโรงงานถมดินโดยไม่นำน้ำออกจากพื้นที่ไปบำบัด ทำให้ดินอุ้มน้ำที่ปนเปื้อน เมื่อฝนตกลงมาจึงยังมีสีของการปนเปื้อนอยู่ ซึ่งขั้นต่อไปต้องดูว่ามีความเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป แต่ปัญหาคือการฟื้นฟูด้วยงบกองทุนสิ่งแวดล้อม อาจมีปัญหา เพราะช่องโหว่ของกฎหมายที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้
สำหรับการเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ ของ กองทุนสิ่งแวดล้อม ตามพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ที่กำหนดว่าจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ สถานะของโรงงานที่เป็นสาเหตุยังเปิดดำเนินกิจการอยู่ แต่กรณีนี้โรงงานได้ยุติการดำเนินกิจการไปแล้ว
นายชัยยง กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด และต้องรอผลตรวจจากการเก็บตัวอย่างครั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน จึงจะทราบผล ส่วนโรงงานดังกล่าว อุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้สั่งให้ปิดปรับปรุงชั่วคราว และแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ. โรงงานมาตรา 38 และ มาตรา 8 กรณีไม่ปฎิบัติตามคำสั่งในการกำจัดของเสียอย่างถูกวิธี และการนำของเสียออกนอกโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และหากตรวจสอบพบความผิดเพิ่มเติมก็จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
ปัญหาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันคือโรงงานตั้งอยู่บนพื้นที่สูงทำให้น้ำเสียไหลลงสู่งฝายเก็บน้ำ แหล่งผลิตน้ำประปา ทำให้แหล่งน้ำดังกล่าวไม่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ ชาวบ้านหลายคนจึงเรียกร้องให้เร่งแก้ไขและนำน้ำเวียออกนอกพื้นที่ เนื่ิองจากปัญหานี้สะสมมานานกว่า 3 ปี