เมื่อวันที่ (17 มิ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพขั้นตอนการตรวจสอบสารกัมมันตภาพรังสีในบัตรพลังงานอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาตร์ โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ การตรวจสอบเบื้องต้น ได้ผลการวิเคราะห์ ระบุว่า ไม่พบการเปรอะเปื้อนทางรังสีที่วัสดุห่อหุ้มและพื้นผิวของแผ่นการ์ด สำหรับการ์ดตัวอย่างที่สมบูรณ์ไม่แตกหัก การวัดธาตุองค์ประกอบของแผ่นการ์ดด้วยเทคนิคการเรืองรังสีเอกซ์ พบธาตุยูเรเนียมและทอเรียม
การวัดค่าระดับรังสี เทียบกับค่ารังสีพื้นหลัง พบว่า ระดับรังสีของแผ่นการ์ดสูงกว่าระดับรังสีพื้นหลัง ประมาณ 200 เท่า ที่ระยะห่างจากแผ่นการ์ด 1 เซนติเมตร ซึ่งระดับรังสีที่วัดได้อยู่ที่ประมาณ 40 ไมโครซีเวิร์ต ต่อชั่วโมง หรือเทียบเป็น 350 เท่าของขีดจำกัดการได้รับปริมาณรังสีสำหรับประชาชนทั่วไปในระยะเวลา 1 ปี ส่วนการวัดธาตุองค์ประกอบของแผ่นการ์ดด้วยเทคนิคการเรืองรังสีเอกซ์ พบธาตุยูเรเนียมและทอเรียม ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และอาวุธนิวเคลียร์
ทั้งนี้หากยูเรเนียมและทอเรียมเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดการแผ่รังสีต่ออวัยวะภายใน และเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เบื้องต้น การทดลองครั้งนี้เป็นข้อมูลที่ได้จากการตรวจโดยใช้เครื่องมือผ่านบัตรพลังงานเท่านั้น แต่หลังจากนี้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะทดลองด้วยวิธีแช่น้ำ เมื่อมีข้อมูลครบถ้วน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ อาจดำเนินคดีกับบริษัทผู้จำหน่าย
พร้อมกันนี้ ยังย้ำให้ประชาชนที่มีไว้ในครอบครองรีบประสานสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เพื่อกำจัดให้ถูกวิธี เพราะหากมีไว้ในครอบครองนอกจากเสี่ยงผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ยังเสี่ยงเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งในอนาคต
สำนักงานปรมาณู พบรังสีใน “บัตรพลังงาน” เกินกว่ามนุษย์รับได้ 350 เท่า - ผสมน้ำดื่มเสี่ยงมะเร็ง
ด้านกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นักการเมืองในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด ผู้จำหน่ายบัตรพลังงานให้กับประชาชน นำพยานหลักฐานเกี่ยวกับบัตรพลังงาน ที่รวบรวมจากพื้นที่ ให้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว โดยเชื่อว่าการขายบัตรพลังงาน มีลักษณะคล้ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ ระบุว่าหลังได้รับข้อมูล ล่าสุดเตรียมพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงร่วมกับตำรวจ และสารณสุข ในจังหวัดต่างๆที่พบปัญหา เช่นจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสงขลา ก่อนประเมินว่าจะสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ แต่การตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น พบรูปแบบการขายบัตรพลังงาน ใกล้เคียงกับธุรกิจเครือข่าย ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
สำหรับการตรวจสอบข้อมูล การจดทะเบียนธุรกิจการค้า ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคและธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง ว่าบริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด จดทะเบียนเป็นธุรกิจขายตรง เพื่อขายสินค้าบางประเภท แต่บัตรพลังงานไม่ได้อยู่ในรายการสินค้าที่นำมาจดทะเบียนด้วย