ขณะตำรวจตระเวนชายแดนที่ 335 เดินลาดตระเวนบริเวณพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา ใน ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวานนี้ (26 มิ.ย. 2562) ก่อนพบยาเสพติดบรรจุในถุงกระสอบกว่า 64 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในถ้ำแกลบ
สำหรับยาเสพติดที่พบ เบื้องต้นเป็นยาบ้าจำนวน 5.4 ล้านเม็ด ยาไอซ์บรรจุในถุงชาสีทองจำนวน 145 กิโลกรัม และเคตามีนบรรจุในถุงชาสีเขียวจำนวน 40 กิโลกรัม
ซึ่งยาบ้าที่พบจะมีสีแดงที่เข้มกว่ายาบ้า ทั่วไปคาดว่าจะมีการผสมเมทเอเฟตามีนในปริมาณมาก เพื่อทำให้ตัวยามีฤทธิ์แรงขึ้น
เมื่อตรวจสอบเส้นทางการลำเลียง ตำรวจคาดว่า ขบวนการลำเลียงยาเสพติด ลักลอบขนยาเสพติดของกลางทั้งหมด มาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ช่องทางธรรมชาติ เดินเท้าเข้ามาทางชายแดนอ.เชียงดาว ระหว่างพื้นที่บ้านหนองแวน และบ้านหนองเขียว ทะยอยขนยาเพื่อมาพักไว้พื้นที่ดอยสามสิบ
จากนั้นใช้รถขนยาของกลางมาตามเส้นทางขนาดเล็ก จากบริเวณดอยสามสิบ มาถึงบริเวณหลังถ้ำแกลบ ก่อนขนยาเสพติดด้วยการเดินเท้า เพื่อไปซุกซ่อนในถ้ำ 600 เมตร
สำหรับ ถ้ำแกลบ เป็นถ้ำที่อยู่ในหมู่บ้านถ้ำแกลบ อ.เชียงดาว ตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนนทางรองสาย 107 บ.ห้วยจักค่าน-บ.หนองเต่า ถนนเส้นนี้ หากยาเสพติดหลุดรอดการตรวจจับจากเจ้าหน้าที่ สามารถเข้าพื้นที่อำเภอเชียงดาว และกระจายไปได้หลายเส้นทางเพื่อไปยังจ.เชียงราย และจ.เชียงใหม่ ต่อเนื่องเส้นทางอื่น เพื่อเข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดพักยาเสพติดสำคัญ ก่อนกระจายให้เอเย่นต์รายใหญ่ หรือส่งต่อไปยังประเทศที่ 3
ส่วนยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด ตำรวจอ้างว่า เป็นของเครือข่าย พ.อ.จะลอโบ่ ที่มีความเชื่อมโยงกับ พ.ท.ยี่เซ ลูกน้องเก่าของขุนส่า อดีตราชายาเสพติด และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับยาเสพติด หลายคดี ที่ทางไทยต้องการตัวมากอันดับต้น หลังหน่วยงานปราบปรามด้านยาเสพติดในประเทศไทยพบว่า พ.ท.ยี่เซ คือตัวการใหญ่ในการผลิตยาเสพติดฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากคดียาเสพติด ยังพบว่า พ.ท.ยี่เซ เข้ามาประเทศไทยโดยการสวมบัตรประชาชน ในชื่อนายชัยวัฒน์ พรสกุลไพศาล โดยเริ่มทำบัตรประชาชนคนไทยครั้งแรกเมื่อปี2533 ที่อ.แม่จัน จ.เชียงราย ด้วยวิธีการเพิ่มชื่อเข้ามาในทะเบียนราษฎร์ ของบ้านหลังหนึ่ง โดยที่เจ้าบ้านไม่รู้จัก