ศาลอาญารัชดานัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีฉ้อโกงทรัพย์หมายเลขดำ อ.639/58 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ และ บริษัท บี.พี.ซี เทรดดิ้ง จำกัด (ประเทศกัมพูชา) เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ อายุ 73 ปี อดีต รมช.ศึกษาธิการ และอดีต สส.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และพ.ร.บ.ว่า ด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3, 14 (1), 17(1) กรณีสืบเนื่องเมื่อวันที่ 5-9 พ.ค.2557 จำเลยได้ฉ้อโกงเงินจากบริษัท บี.พี.ซี.เทรดดิ้ง จำกัด (ประเทศกัมพูชา) ที่ชำระค่าสินค้าปูนซิเมนต์ ที่สั่งซื้อจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด จำนวนเงิน 352,781 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,428,308 บาทไป โดยโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองโดยทุจริต จำเลยให้การปฏิเสธ
คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2558 ให้จำคุก ร.ต.ท.เชาวรินทร์ จำเลย 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้คืนเงินจำนวน 352,781 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,428,308 บาท คืนแก่โจทก์ร่วมด้วย โดยจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์
ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้เพิ่มโทษเป็นจำคุก 3 ปี คำเบิกความจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาบ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ร่วมด้วย โดยจำเลยยื่นฎีกาและได้รับการประกันตัววงเงิน 1 ล้านบาท
ล่าสุดศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา และให้ชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนโจทก์ร่วม จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวจำเลยไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรับโทษต่อไป
แต่เดิมนั้นเขามีฉายาว่า "สากกระเบือ" เพราะนำสากกระเบือเข้าไปอภิปรายในสภา แต่ต่อมาก็ถูกเปลี่ยนฉายาเป็น "โกโบริน" เนื่องจากเขาเชื่อว่ามีทหารญี่ปุ่นนำทองคำมาซ่อนไว้ที่ถ้ำลิเจีย จ.กาญจนบุรี และได้พยายามขุดหาแต่ก็ไม่เจอ และได้ฉายานี้ในที่สุด