พีพีทีวี เอชดี 36 เดินเกมรุกในการผลิตรายการข่าว ด้วยการขยายช่วงเวลาข่าวเช้าจากเดิม 2 ชั่วโมง 30 นาที เป็น 3 ชั่วโมง 30 นาที ในรายการ “โชว์ข่าวเช้านี้” และ “โชว์ข่าว 36” เพื่อให้สามารถนำเสนอข่าวได้อย่างเข้มข้น ครบถ้วน ตามนโยบายการผลิตข่าวของสถานี ฯ ท่ามกลางการแข่งขันในสมรภูมิข่าวอันดุเดือด ซึ่งสิ่งที่ยังคงเป็นเหมือนหัวใจหลักของ พีพีทีวี คือ การนำเสนอข่าวที่เชื่อถือได้ เป็นกลาง เจาะลึก ตรงประเด็นสำคัญ และสังคมให้ความสนใจ ทั้งหมดนี้จะยังคงอยู่ในแบบของข่าวเช้า แต่งสิ่งที่อาจจะแตกต่างออกไป คือ “สไตล์ที่อาจจะทั้งเข้มข้น และสดใส ไปพร้อมๆ กัน” เพราะฉะนั้น ข่าวเช้าในสไตล์ตูน “ตูน ปรินดา คุ้มธรรมพินิจ” จึงจะออกมาในรูปแบบของการ “เล่าข่าวที่ทำให้ฟังง่ายขึ้น”
“ข่าวเช้าจะเป็นจริตที่คนกำลังไปทำงาน จะรีบ จะไม่รีบ แต่ละคนอาจจะต่างกัน แต่มันจะเป็นช่วงเวลาของการฟังไปด้วยอาบน้ำไปด้วย เตรียมตัวทำอะไรต่ออะไรไปด้วย ตูนก็คิดตามแบบนี้แล้วก็จะดีไซน์ออกมาว่ามันจะต้องเป็นแบบไหน อย่างเช่น ข่าวเช้าอาจจะเป็นการเล่าที่ฟังดูง่ายกว่า ความเข้มข้นยังเหมือนเดิมนะ แต่จะทำอย่างไรให้คนที่เขาฟังไปด้วยเฉยๆ ระหว่างทำนู้น ทำนี้ เตรียมตัวออกจากบ้านไปด้วย แล้วมันฟังได้ง่ายย่อยง่ายเลย”
แต่การจะเล่าเรื่องยากให้ “เข้าใจง่ายต้องมีเทคนิค” ซึ่ง อันดับแรกและเป็นพื้นฐานที่สำคัญคือ “ผู้เล่าต้องเข้าใจในข่าวนั้นก่อน” เพราะคนที่กำลังฟังข่าวที่เล่ามีหลากหลายวัย ตั้งแต่วัยที่เป็นเพื่อน ไปจนถึง ปู่ ย่า ตา ยาย หรือแม้กระทั่งเด็กๆ
“พอเราเข้าใจอันนี้อันดับหนึ่ง อันดับสองคือเลือกที่จะถ่ายทอดแบบเล่าให้เพื่อนฟังแต่เพื่อนของเราในที่นี่ก็มีหลายระดับ เพราะคนดูทีวีมีทุกแบบ มีคนที่อายุเยอะกว่าเรา มีคุณปู่ คุณย่า หรือเด็กๆ ก็มี เพราะฉะนั้นหัวใจของมันต้องเข้าใจ เล่าให้กันฟังเหมือนเราเล่าให้เพื่อนหรือรุ่นพี่ เล่าให้คุณปู่ที่เราเคารพฟัง แต่ก็มีเหมือนกันบางเรื่องที่มันซับซ้อนมากจนตัวเอง แม้เข้าใจแล้วแต่ก่อนจะเล่าต้องตั้งสติ ตั้งสติดีๆ”
ดังนั้น จึงต้องมีคลังความรู้เสริมไว้เสมอและคลังความรู้ที่ ตูน ปรินดา เก็บไว้ในลิ้นชักสมองของเธอ คือการได้มาจากสื่อหนังสือพิมพ์ ซึ่งเธอกลัวว่า "หนังสือพิมพ์จะตายไปท่ามกลางสื่อยุคดิจิทัล” จริงๆ
“ กลัวมากว่าหนังสือพิมพ์จะตายจริงๆ คนอ่านหนังสือพิมพ์คือพร้อมที่จะกางหนังสือพิมพ์ แล้วก็นั่งอยู่ยาวๆ เพราะหนังสือพิมพ์ จะมีในเชิงลึก คนอาจจะไม่ได้สนใจ คิดว่าไม่สำคัญหรอกดูแค่พาดหัว ข่าวออนไลน์ก็พอแล้ว ความจริงมันไม่พอ รายละเอียดปลีกย่อย ข่าวกรอบเล็กๆ คือสิ่งที่เราจะสะสมเข้ามาในตัวเราทุกวัน แล้วมันก็เก็บในลิ้นชักไม่รู้หรอกกี่ลิ้นชัก เก็บลงไปเรื่อยๆ เราไม่มีทางรู้ว่าวันไหนมันจะอยู่ในลิ้นชักล่างสุดแล้วหยิบมันขึ้นมา เพราะฉะนั้นหนังสือพิมพ์สำคัญ กลัวมากเลยว่าหนังสือพิมพ์จะตายแล้วเราจะตายไปด้วย”
การสะสมคลังความรู้ในลิ้นชักของเธอ เกิดขึ้นในทุกๆ เช้า พร้อมกาแฟ 1 แก้ว แต่การเตรียมตัวเพื่อเล่าข่าวของเธอเกิดขึ้นตลอดเวลา จากการติดตามสถานการณ์จากสื่อออนไลน์ จากผู้สื่อข่าว พีพีทีวี และสิ่งสำคัญคือ การนั่งดู Footage ภาพข่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแบบไหน อย่างไร เพื่อนำมาถ่ายทอดให้ผู้ชมในทุกๆวัน เพราะฉะนั้นเธอจะยึดหลักดั่งที่ผู้ใหญ่ในวงการข่าวบอกมา คือ เหมือนพระที่แม้ไม่ได้ครองจีวรก็ยังคงมีศีลอยู่เสมอคนข่าวก็เป็นแบบนั้นมีการติดตามหรือว่าการเตรียมตัวมันเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ทำงานแล้วนับกลับไปกี่ชั่วโมงก่อนรายการเริ่ม
ในตอนท้ายของการคุยกัน เธอบอกว่า ข่าวเช้าตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม เป็นต้นไป แกนหลักของความเป็นข่าว พีพีทีวี ยังอยู่ครบ ทั้ง ความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ ความเป็นกลาง ตรวจสอบได้ แต่ตลอดเกือบ 3 ชั่วโมงครึ่ง 2 รายการ ทั้ง “โชว์ข่าวเช้านี้” และ “โชว์ข่าว 36” ตั้งแต่ตีห้าครึ่งถึงเก้าโมงเช้า (05.30 - 09.00 น.) จะมีสไตล์ในแบบของ ตูน ปรินดา ที่ทั้งลึกและฟังง่าย ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน เพราะฉะนั้น "ท่ามกลางการแข่งขันในสมรภูมิข่าวอันดุเดือด ข่าวเช้า พีพีทีวี จะทำให้คุณออกจากบ้านไปด้วยพลังสมองที่ทันสถานการณ์ทุกวัน"