3 รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วยนายประภัตร โพธสุธน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนภูมิพล เพื่อประกอบการพิจารณาการวางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงภัยแล้ง จากฝนทิ้งช่วง
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลเขื่อนภูมิพล ระบุว่าน้ำที่ใช้การได้ขณะนี้เหลือเพียง 891 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 9%ของปริมาณการกักเก็บ และต้องระบายออกเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน วันละประมาณ 23 ล้านลูกบาทศก์เมตร ซึ่งหากนำตัวเลขนี้มาคำนวณอย่างง่าย จะพบว่าถ้าฝนไม่ตกลงมาเติม อาจเหลือน้ำใช้ที่เขื่อนภูมิพลเพียงเดือนกว่าๆเท่านั้น
ขณะที่ชาวบ้านจากหลายจังหวัดที่มาร่วมรับฟังการบรรยายในต่างบอกว่าตอนนี้พืชผลการเกษตรประสบปัญหาขาดน้ำกำลังจะตาย จึงขอให้ช่วยรีบทำฝนเทียมช่วยเหลือ
โดยนายประภัตรระบุว่า มีแผนจะสับเปลี่ยนหมุนเวียการใช้น้ำระหว่างต้นน้ำและปลายน้ำ ป้องกันปัญหาแย่งน้ำ
ปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพลวิกฤติหนัก แจ้งเกษตรกรอาจหยุดจ่ายน้ำเดือน เม.ย.นี้
ขณะที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตำหนิ ตำหนิกรมชลประทาน ที่ทำเหมือนชาวจังหวัดอุทัยธานีถูกลืมเพราะเป็นจังหวัดเล็กๆ ทั้งที่ชาวอุทัยธานีก็ประสบปัญหาจากการบริหารจัดการน้ำเช่นกัน จึงขอให้กรมชลประทานทำแผนจัดการน้ำใหม่โดยให้ความสำคัญกับจังหวัดอุทัยธานีและแม่น้ำสะแกกรังมากขึ้น
ไม่ใช่แค่เขื่อนภูมิพลเท่านั้นที่ปริมาณน้ำเข้าขั้นวิกฤติ แต่ 4 เขื่อนหลัก ซึ่งรวมไปถึงเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักฯ ก็มีปริมาณน้ำเหลือใช้การได้แค่เพียง ประมาณ 1600 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ 3 รัฐมนตรีช่วยก็จะเดินทางไปลงพื้นที่ต่อที่เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ด้วย