ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนักหน่วง ในแทบจะทุกพื้นที่ของประเทศ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องประสบความยากลำบาก กับฝนที่ทิ้งช่วง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเพราะล่วงเลยวันเข้าพรรษา แต่ฝนกลับไม่ตกต้องตามฤดูกาล
แน่นอนว่าหลายๆภาคส่วนก็พยายามแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทานที่พยายามจัดสรรปันน้ำให้เพียงพอกับความต้องการและปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ หรือกรมฝนหลวง ที่พยายามทำฝนเทียมเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าหนทางนี้ยังอีกยาวไกล ทำให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง คิดคล้ายๆกันแม้จะอยู่ในหลากหลายพื้นที่นั่นคือ ต้องทำพิธีขอฝน หากแต่จะใช้กลวิธีเช่นใดก็ตามแต่ความเชื่อของแต่ละคน แต่ละพื้นที่ โดย ทีมข่าว PPTV ได้รวบรวมมาให้ได้รับทราบกัน
เมื่อ “นางแมว” ไม่ใช่แค่ “แมว”
เริ่มที่ จ.นครราชสีมา ชาวบ้าน บ้านพลจลก หมู่ 7 และหมู่ 8 ตำบลมะค่า อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ได้ประกอบพิธีกรรมแห่นางแมวขอฝน โดยฟังดูอาจจะธรรมดา เพราะเป็นพิธีกรรมที่พื้นฐานที่สุดและเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างที่สุด แต่ความแปลกอยู่ที่ ครั้งนี้ไม่ใช้แมว หากแต่ใช้คน แต่งตัวเป็นแมวเพศเมียสีดำ
หยุดก่อน!! ไม่ใช่ ชุดดำแบบ Cat Woman ที่หลายคนจินตนากร
หากแต่เป็น ชุดดำคล้ายกับเงาะป่า เพราะการใช้แมวจริงๆนั้น ปัจจุบันก็ได้รับทรายกันแล้วว่าเป็นการทรมานสัตว์ และการแต่งตัวเช่นนี้ก็เป็นการคลายเครียดจากสถานการณ์วิกฤต ที่กำลังเกิดขึ้น
แต่งงานคางคก ขอฝน
ขึ้นไปที่ทางภาคเหนือ ที่บ้านนางิ้ว หมู่ที่ 1 ตำบลไชยวัฒนา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เกษตรกรชาวนา รวม 6 หมู่บ้านได้ทำพิธี แห่นางแมวขอฝน โดยมีการทำพิธีการแห่แมว แต่นอกจากแห่นางแมวแล้วยังมีการจัดแต่งงานคางคก ทำบายศรีสู่ขวัญควายที่ตายซาก เพื่ออ้อนวอนเทวดา ขอฝนฟ้าตกตามฤดูกาล
โดยมีการอธิบายว่าที่ต้องใช้แมวขอฝน นั้นเพราะเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ที่เกลียดฝน ถ้าฝนตกครั้งใดแมวจะร้องทันที ส่วนคางคก หากไม่มีฝนฟ้าตก ก็จะผสมพันธุ์สืบทอดลูกคางคก ไม่ได้ ชาวบ้านเลยถือเอาเคล็ดนี้เมื่อแมวร้องในเวลาฝนตก จะเป็นเหตุให้ฝนตกจริงๆ ชาวบ้านจึงร่วมมือกันสาดน้ำและทำให้แมวร้องมากที่สุดจึงจะเป็นผลดี
เปิดเคล็ดลับพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้งให้อุดมสมบูรณ์
พิธีเลี้ยงปู่ตา - ขอฝน ความเชื่อสู้ภัยแล้ง
“ทำบัดสี” ล่อฟ้าผ่า
ขณะที่นครสวรรค์ ก็มีพิธีกรรมสุดแปลกเช่นกัน โดยชาวบ้าน จาก อ.ตาคลี ได้จัดพิธีขอฝน กลางถนนในหมู่บ้าน โดย นิมนต์พระสงฆ์มาสวดกลางถนนทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็นเป็นเวลา 3 วัน พร้อมกับมีการนำอาหารคาวหวาน ของชาวบ้านที่มาร่วมทำพิธีมารวมกันเพื่อถวายภัตตาหารกับพระสงฆ์ที่มาร่วมพิธี
แต่ไฮไลท์อยู่ที่ มีการนำหุ่นฟางชาย-หญิง มาทำท่าทางการร่วมเพศกลางสี่แยก โดยเป็นความเชื่อว่า การนำหุ่นฟางมากระทำ แบบนี้ จะเข้าตำรา คำพูด ขอผู้เฒ่าผู้แก่ว่า "ทำแบบนี้มันบัดสีบัดเถลิงเดี๋ยวฟ้าผ่า"
และพวกเขาเชื่อว่าถ้ามีฟ้าผ่า ย่อมจะมีฝนตามมาด้วย
โดยชาวบ้านที่ทำพิธีบอกว่า “ทำแล้วสบายใจอย่างน้อยก็เป็นทางออกเพื่อไม่ให้เครียดเรื่องฝนฟ้าอย่างน้อยก็ทำให้ชาวบ้านมีความหวัง”
ขอฝนสุดประหลาด ใช้หุ่นฟางทำบัดสีให้ฟ้าผ่า
ปั้นหุ่นดินพ่อเมฆ–แม่หมอก ขอฝนช่วยภัยแล้ง
ผู้ว่าฯยังต้องบวงสรวง
ความเชื่อดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่ในระดับชาวบ้านเท่านั้น หากแต่ยังปรากฏในพิธีของผู้นำจังหวัดอย่างเป็นทางการเช่นที่บุรีรัมย์
ที่มีการจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอฝน นำเครื่องเซ่นไหว้ ประกอบด้วย หัวหมู 16 หัว ไก่ต้ม 7 ตัว ปลานึ่ง 7 ตัว อาหารคาว หวาน ผลไม้ และเครื่องดื่มต่างๆ มาประกอบพิธีเซ่นไหว้นอกจากนี้ยังนำรูปหล่อองค์จตุคามรามเทพ นาคปรก 7 เศียร รุ่น 1 ปี 2532 มาตั้งประกอบด้วย รวมถึงให้พราหมณ์นำ สวดขอพร และอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาช่วยดลบันดาลให้ฝนตกลงมาเติมน้ำในอ่างให้เต็ม
ฝนทิ้งช่วง ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ บวงสรวงขอฝน
ทนแล้งไม่ไหว! นิมนต์พระสวดคาถาปลาช่อน แห่นางแมวขอฝน
พิธีกรรมที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ หลายคนอาจมองว่าเป็นสิ่งที่ไร้สาระไม่ตอบโจทย์ แต่เอาเข้าจริงๆแล้วในภาวะเช่นนี้ กำลังใจก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากำลังกายเช่นกัน และการทำพิธีเช่นนี้เป็นการคลายเครียดกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ เพราะหลังจากเสร็จสิ้นความสนุกสนาน ณ ตรงหน้า พวกเขาต้องกลับไปประสบกับความเป็นจริง
และที่สำคัญมันได้สะท้อนว่าปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นนี้ “หนัก” ขนาดไหน