วันนี้ (29 เม.ย. 58) เกิดเหตุผู้ประสบภัยเนปาลกว่า 200 คน ออกมาชุมนุมกันบนท้องถนนในกรุงกาฐมาณฑุ เพราะไม่พอใจรัฐบาลก่อนจะปะทะกับตำรวจ โดยผู้ประท้วงระบุว่าพวกเขายังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ทั้งที่พักและเครื่องอุปโภคบริโภคนับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (25 เม.ย. 58) พร้อมระบุว่าต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ขณะที่ ทางการยอมรับข้อผิดพลาดและความล่าช้าในการรับมือวิกฤตการณ์ โดยยืนยันว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นอกจากกลุ่มผู้ประท้วงแล้ว ตำรวจปราบจลาจลเนปาลต้องรับมือกับชาวกาฐมาณฑุนับพันคนที่มาเข้าแถวรอรถ เพื่อหนีออกจากเมืองตั้งแต่รุ่งสาง แต่รถกลับมีไม่เพียงพอ ทำให้หลายคนไม่พอใจและก่อเหตุวุ่นวายขึ้น โดยอาหารและน้ำที่กำลังร่อยหรอร่วมกับสภาพอาคารที่ไม่แข็งแรง ทำให้ชาวกาฐมาณฑุย้ายกลับบ้านเกิดต่างเมืองแล้วกว่า 100,000 คน
นอกจากนี้ ในเขตรสุวาทางตอนเหนือของกาฐมาณฑุ จุดเดินป่าที่มีชื่อเสียง ยังเกิดเหตุวิวาทระหว่างชาวบ้านในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว โดยชาวบ้านมองว่านักท่องเที่ยวบริโภคอาหารมากเกินความจำเป็น จนทำให้อาหารที่ขาดแคลนอยู่แล้วลดลงไปอีก
สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตในเนปาลวันนี้ พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 5,000 คน จำนวนผู้บาดเจ็บสูงเกินหลักหมื่น และยังมีการนำตัวผู้รอดชีวิตขึ้นมาจากใต้ซากปรักหักพังเป็นระยะๆ
ด้านนักวิเคราะห์ประมาณการว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจทั่วประเทศจากแผ่นดินไหวครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 160,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และมีโอกาสที่จะพุ่งสูงถึง 320,000 ล้านบาท โดยภาคอุตสาหกรรมที่เสียหายมากที่สุดคือ การท่องเที่ยว ซึ่งสร้างเม็ดเงินคิดเป็นร้อยละ 5 ของ GDP จากการดึงดูดคนด้วยมรดกโลกที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมและทริปปีนยอดเขาเอเวอเรสต์
สำหรับการให้ความช่วยเหลือ วันนี้เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้ส่งทีมกู้ภัยอย่างน้อย 37 ทีม ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่ประมาณ 500 คน พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยลงพื้นที่ห่างไกลแล้ว เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมเสบียงและน้ำเพื่อนำไปแจกจ่ายตามพื้นที่อันห่างไกล พร้อมทั้งจัดเสบียงชนิดพิเศษ เป็นบิสกิตให้พลังงานสูง สำหรับแจกจ่ายในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำสำหรับประกอบอาหารโดยเฉพาะ