เปิดเอกสารลับยุคสงครามเย็น ความสัมพันธ์ไทยกับนานาชาติ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สงครามเย็นเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2489-2534 เป็นยุคของความขัดแย้งและสงครามในด้านอุดมการณ์ เป็นหลัก ระหว่างประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นว่าระบอบการเมืองของตนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเน้นการทำสงครามผ่านประเทศตัวแทน โดยประเทศมหาอำนาจจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง ภาวะ สงครามเย็นนั้นเกิดขึ้นทั่วโลก ประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างได้รับผลกระทบกัน ทั้งสิ้นจากการครอบงำของประเทศมหาอำนาจในยุคนั้น

นายสุรพงษ์ ชัยนาม หัวหน้าโครงการ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เล็งเห็นว่าแม้สงครามเย็นจะผ่านมาหลายทศวรรษแล้ว แต่ยังทิ้งร่องรอยที่น่าสนใจให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา จึงได้ทำการวิจัยออกมาเป็นรูปแบบหนังสือชุดสี่เล่ม จากการรวบรวมวิถีการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสี่อย่างอินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และบรูไน ในช่วงสงครามเย็น โดยนายสุรพงษ์ได้ตั้งข้อสังเกตจากงานวิจัยชิ้นนี้ได้อย่างน่าสนใจว่า "การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของไทยนั้น รัฐให้ความสำคัญแก่การอยู่รอดของชาติเหนือสิ่งอื่นใด อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันก็มิอาจ จะอยู่เหนือผลประโยชน์ของชาติได้"

หนังสือชุดนี้ได้ใช้แนวคิดอรรถนิยม เพื่อจำแนกให้เห็นว่าภาวะการเมืองแห่งความเป็นจริงเป็นสิ่งใช้ ตัดสินใจปฏิสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างระบบการเมืองต่าง ๆ ภายในโลกและในภูมิภาคอย่างไร รวมทั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศทั้งสี่ข้างต้นด้วย ทั้งยังแจกแจงโดยละเอียดถึงบทบาทสำคัญของ แนวคิดเหตุผลนิยมต่อการตัดสินใจประเด็นปัญหาหลัก ๆ ที่ประเทศไทยและทั้งภูมิภาคกำลังเผชิญอยู่ขณะนั้น

งานวิจัยชุดนี้มีความน่าสนใจ คือ ใช้ข้อมูลจากเอกสารทางราชการที่เป็นความลับในสารบบกระทรวง การต่างประเทศที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อนในการอ้างอิง เพราะตัวผู้วิจัยเคยเป็นนักการทูตเกี่ยวข้องโดยตรง กับหลายเหตุการณ์ที่กล่าวถึงในหนังสือชุดนี้ ทำให้อธิบายเหตุผลเบื้องหลังในการตัดสินใจดำเนินการต่างๆ ของรัฐไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศได้อย่างเข้าใจถ่องแท้ โดยวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของงานวิจัยชิ้นนี้ คือ ปรารถนาจะให้บรรดาข้าราชการเข้าใจกระจ่างว่าผลประโยชน์แห่งชาตินั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดแนวทางการตัดสินใจต่างๆ ของทางราชการ

 เนื้อหาหลักของงานวิจัยชิ้นนี้ ประกอบด้วย สิ่งที่กำหนดการตัดสินใจของรัฐคืออะไร การตัดสินใจในนาม ผลประโยชน์แห่งชาติหรือความอยู่รอดของประเทศชาตินั้นทำอย่างไร หรือประเทศต่างๆ ที่ประเทศไทยดำเนิน ความสัมพันธ์ด้วยมองประเด็นสำคัญต่างๆ อย่างมีเหตุมีผลของตนอย่างไร ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นแขนงวิทยาการสาขาหนึ่งที่มีทฤษฎีและแนวคิดอันหลากหลาย เช่น แนวคิดเสรีนิยม และทฤษฎีการสร้าง ความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ แต่ผลงานวิจัยใน รูปแบบหนังสือชุดสี่เล่มนี้ได้หักล้างทฤษฎีเหล่านั้นด้วยการระบุชัดว่าการตัดสินใจของรัฐไทยเป็นการกระทำเชิง เหตุผลนิยมและตั้งอยู่บนฐานความอยู่รอดของประเทศชาติ กล่าวได้ว่าสงครามเย็นก็สำคัญแต่ยังไม่สำคัญ เพียงพอที่จะครอบคลุมการตัดสินใจทั้งหมดของรัฐไทยในระหว่างช่วงดังกล่าวได้

จุดประสงค์สูงสุดของนโยบายต่างประเทศของทุกประเทศ คือ ความมั่นคงและความอยู่รอดของ ประเทศชาติ อิทธิพลของปัจจัยอุดมการณ์เป็นเพียงเครื่องมือสำคัญชิ้นหนึ่งของนโยบายต่างประเทศ เป็นปัจจัย ที่สร้างทั้งความขัดแย้งและความร่วมมือระหว่างประเทศ หากวิเคราะห์กันให้ดีความแตกต่างของระบบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ไม่ใช่เป็นอุปสรรคต่อการมีความสัมพันธ์แบบปกติระหว่างกัน หากความสัมพันธ์นั้นอยู่บน พื้นฐานของการมีผลประโยชน์ร่วมกัน เพราะการมีผลประโยชน์ร่วมกันไม่ได้เกี่ยวกับการมีอุดมการณ์ร่วมกัน

นายสุรพงษ์ยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องสงครามเย็นเพิ่มเติมว่า “ไม่ว่ายุคสงครามเย็นหรือหลัง ยุคสงครามเย็นยังคงมีบางสิ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ไม่มีมหาอำนาจใดที่พอใจสถานภาพปัจจุบันของตน ต่างฝ่าย ต่างเฝ้ารอจังหวะที่จะเปลี่ยนดุลอำนาจให้ตัวเองได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว เพื่ออยู่เหนืออำนาจอื่นๆ และไม่ว่ายุคไหน ก็ตามจะต้องพึ่งประสิทธิภาพของระบบถ่วงดุลอำนาจ ช่วยส่งเสริมให้โลกมีสันติภาพและความมั่นคงต่อเนื่อง ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ยังเป็นแบบเดิม คือ ไม่มีมิตรถาวร มีแต่ผลประโยชน์ที่ถาวร"

"หลังสงครามเย็น ความมั่นคงมีหลายมิติ ไม่จำกัดแค่ด้านทหาร แต่มีเรื่องภาวะโลกร้อน ยาเสพติด การก่อการร้าย ภัยธรรมชาติ โรคระบาด สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อความมั่นคงของทุกประเทศ ไม่มีประเทศไหน ที่เป็นมหาอำนาจแล้วสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ลำพัง ทุกอย่างต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ส่วนเรื่องนโยบายนั้น ผลประโยชน์จะเป็นตัวกำหนดนโยบาย พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือผลประโยชน์ที่ทำให้ มีนโยบาย เช่น ความเป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ทุนนิยม ผลประประโยชน์ เป็นตัวกำหนดให้มีนโยบาย เหล่านี้ออกมา และผลประโยชน์ยังเป็นตัวกำหนดความเชื่อ อุดมการณ์ ความคิด เราเชื่อว่าประชาธิปไตยดีต่อ ทุกประเทศช่วยให้ทุกประเทศมีโอกาสก้าวหน้า สื่อมีเสรีภาพ ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย แต่ไม่ใช่ว่า ระบอบประชาธิปไตยทำให้เราเห็นว่าดี แต่เป็นผลประโยชน์ต่างหากที่ทำให้เราคิดเช่นนั้น ถ้าคุณบอกว่าการเมือง ที่เป็นประชาธิปไตยทำให้ประเทศก้าวหน้า แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่งประชาธิปไตยก็สร้างความปั่นป่วนได้เช่นกัน”

"ฝากถึงคนทั่วไปที่สนใจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวกับมิติด้านการเมือง เศรษฐกิจ นโยบายต่างประเทศ และต้องการเรียนรู้ท่าทีที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ แนะนำให้ดูที่ผลประโยชน์ ของแต่ละประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่เชื่อคำพูดสวยหรูของผู้นำ มองดีๆ จะเห็นว่าไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร  ที่สำคัญมากคือคนส่วนใหญ่ควรมองให้ออกว่าข้อเท็จจริงไม่ใช่ความจริงเสมอไป แต่ความจริงคือข้อเท็จจริง ทุกครั้ง เช่น ต้องตั้งคำถามว่าสิ่งที่สหรัฐพูดทั้งหมดนั้นเป็นความจริงหรือไม่ หรือมีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง ข้อเท็จจริงไม่เกี่ยวกับความจริง ดังนั้นเราจะรู้ความจริงได้โดยการตั้งคำถามกับข้อเท็จจริง"

หนังสือชุดสี่เล่มดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงดุลยภาพแห่งอำนาจ ภูมิรัฐศาสตร์ อาเซียน และประวัติศาสตร์เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงสงครามเย็นในมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับวิถีการมองการตัดสินใจของรัฐอันเนื่องด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ,การดำเนินนโยบายระหว่างประเทศ ที่จะเปิดมุมมองใหม่ให้กับผู้ที่ศึกษาทางด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เกี่ยวข้องกับงานนี้โดยตรง ประชาชนทั่วไป หรือนิสิตนักศึกษาที่สนใจเรื่องนี้ ได้เห็นว่าผลประโยชน์ แห่งชาติเป็นปัจจัยชี้ขาดด้านการกำหนดนโยบาย ไม่ใช่ปัจจัยด้านอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอยู่ ณ ขณะนั้น

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ