นายนัต ออสต์บี (Knut Ostby) หัวหน้าคณะผู้แทนองค์การสหประชาชาติประจำเมียนมาร์ระบุว่า รัฐยะไข่ยังไม่พร้อมสำหรับการรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับประเทศ แม้ว่าผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องการที่จะเดินทางกลับบ้านเกิด แต่ภายใต้เงื่อนไข ที่เฉพาะเจาะจง อาทิ ประเด็นการรับรองสิทธิพลเมือง ความปลอดภัยและการยกระดับคุณภาพชีวิตยังเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับชาวโรฮิงญาที่ยังอยู่ในเมียนมาร์ทุกวันนี้
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่แผนการส่งกลับชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพบังกลาเทศกลับเมียนมาร์ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้ง เนื่องจากครอบครัวผู้ลี้ภัยเกือบ 300 คนปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศ แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะมีการกำหนดให้วันที่ 22 สิงหาคม เป็นวันแรกของกระบวนการส่งกลับผู้อพยพชุดแรกจำนวน 3,450 คนจากทั้งหมด 730,000 คนที่ลี้ภัยความรุนแรงจากการกวาดล้างปราบปราบของกองทัพเมียนมาร์ เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติและเจ้าหน้าที่บังกลาเทศ ระบุว่า จากการสัมภาษณ์พบว่า จนถึงตอนนี้ไม่มีผู้อพยพรายใดแสดงเจตจำนงที่จะกลับไปยังบ้านเกิด โดยบางรายที่พบว่ามีรายชื่อในกระบวนการส่งกลับ ปฏิเสธที่จะเข้ารับการสัมภาษณ์ และมีผู้หลบหนีออกจากค่าย เนื่องจากกลัวว่าจะถูกบังคับให้เดินทางกลับเมียนมาร์ รวมถึงยังเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยและสถานการณ์ความรุนแรงในอนาคตด้วย