นายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) แถลงที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายทบทวนแผนการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮิงญาจากบังกลาเทศกลับไปยังเมียนมาร์ เพื่อให้มั่นใจว่าการส่งกลับครั้งนี้จะเป็นไปอย่างถูกต้องและยั่งยืน ท่ามกลางความกังวลเรื่องความสมัครใจของผู้ลี้ภัย รวมถึงปัญหาการบังคับส่งตัวกลับประเทศ โดยจากการสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ส่วนใหญ่ปฏิเสธที่จะกลับไปเมียนมาร์อีก โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีหลักประกันความปลอดภัย โดยจะขอตายอยู่ที่บังกลาเทศดีกว่า
อีกหนึ่งปัญหาสำคัญ คือ เรื่องความเป็นพลเมืองของชาวโรฮิงญา ซึ่งนายกรานดีต้องการให้เมียนมาร์จัดตั้งกลไกในการตรวจสอบในรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวโรฮิงญา ให้เรียบร้อยเสียก่อน
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ลี้ภัยโรฮิงญาที่กำลังจะกลับประเทศ เนื่องจากการส่งตัวครั้งนี้ ไม่มีหน่วยงานของยูเอ็นเข้าไปร่วมปฎิบัติการด้วย ขณะที่หน่วยงานบรรเทาทุกข์ต่างๆ ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางลงพื้นที่รัฐยะไข่และทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
ข้อเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางการบังกลาเทศขอเลื่อนการส่งคืนผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา กลับไปยังเมียนมาร์ จากเดิมที่กำหนดว่าจะต้องเริ่มขึ้นเมื่อวานนี้ โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการรวบรวมและตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่จะถูกส่งกลับประเทศยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์
ด้านเจ้าหน้าที่รัฐบาลเมียนมาร์ ยืนยันพร้อมรับผู้ลี้ภัยกลับประเทศ แม้ว่าจะเกิดความล่าช้าในกระบวนการส่งกลับก็ตาม โดยขณะนี้ทางเมียนมาร์ได้ตั้งศูนย์รับกลับแล้ว 2 แห่ง ซึ่งจะรองรับชาวโรฮิงญาที่เดินทางกลับได้วันละ 300 คน