นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ สมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็น ส.ว.ต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาแล้ว จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญให้ความเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) จากกรณีคู่สมรสซื้อหุ้นเพิ่ม 800 หุ้นในบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นคู่สัมปทานกับรัฐ ขัดต่อมาตรา 186 ประกอบมาตรา 184 (2) แม้อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. จะออกมาให้ความเห็นว่าไม่กระทบต่อการเป็น ส.ว. แต่เห็นว่าควรเคารพต่อคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจำนวนหุ้นที่เป็นปัญหาจะมีไม่มาก แต่ก็ถือว่าจะมีแม้แต่ 1 หุ้นไม่ได้ ถือเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญ ดังนั้น หากจะให้สิ้นสภาพการเป็น ส.ว.ก็จะต้องมีสมาชิก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 เข้าชื่อเพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติอีกรอบ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อจึงขอแสดงเจตจำนงลาออกจากการเป็น ส.ว.ตั้งแต่บัดนี้
“ผมได้พูดคุยกับท่านประธานวุฒิสภาแล้ว ซึ่งก็เข้าใจและเคารพการตัดสินใจของผม และจะมีการแจ้งให้สมาชิกรับทราบ ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องระมัดระวังเรื่องการถือหุ้นแม้มีเพียงหุ้นเดียวก็ตาม ในกรณีของผมคู่สมรสก็ไม่ทราบถึงข้อกฎหมายเรื่องนี้ แต่จะใช้เป็นข้ออ้างไม่ได้ อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมาย”
รายงานข่าวแจ้งว่า การลาออกของ นพ.ธีระเกียรติ ส่งผลให้นายอภิชาต โตดิลกเวชช์ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาขุมชน บัญชีรายชื่อ ส.ว.สำรอง ลำดับที่ 2 จะเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ที่มีรายชื่อสำรองลำดับที่ 1 นั้น ขาดคุณสมบัติ ส.ว.เนื่องจากอยู่ระหว่างดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ รมว.การต่างประเทศ