หน่วยกู้ชีพนาทวีนอกจังหวัดสงขลา ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าของบ้านในเขตเทศบาลนาทวีนอก อ.นาทวี ว่าให้ไปช่วยจับสัตว์เลื้อยคลานที่ลงไปอยู่ในบ่อเลี้ยงปลา และขึ้นมาไม่ได้ 1 ตัว เมื่อหน่วยกู้ภัยไปถึงพบว่าน่าจะเป็นตะกวด หรือไม่ก็ตัวเงินตัวทอง จึงได้ช่วยมันขึ้นมาได้ แต่เมื่อจับขึ้นดูกลับไม่ใช่ตะกวด แต่เป็น “เห่าช้าง” ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ในวงศ์ตัวเงินตัวทอง ที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ปัจจุบันหาพบยากมาก โดยที่มาของชื่อเห่าช้างนั้น มาจากเสียงขู่ศัตรูที่ดัง ฟ่อๆ คล้ายเสียงงูเห่า และดุร้ายกว่าเหี้ยชนิดอื่น เจ้าหน้าที่จึงได้นำกลับไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติต่อไป
ด้านเฟซบุ๊ก ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อ.ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความว่า "ตัวที่เห็นในรูปนี้คือ ตุ๊ดตู่ นะครับ และไม่มีพิษด้วย" หลังจากพบเว็บไซต์ข่าวรายงานว่า มีชาวบ้าน อ.ลำทับ จ.กระบี่ พบสัตว์ประหลาดในสวนยาง ตัวยาวประมาณ 1 ศอก มีหัวสีส้ม ลำตัวสีดำ คล้ายตัวเงินตัวทอง แล้วเพื่อนบอกว่ามันเป็น "งูเห่าช้าง" พิษร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต สามารถพ่นพิษได้ 1 เมตร ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น สัตว์ตัวดังกล่าวเป็นเพียง "ตุ๊ดตู่" ไม่มีพิษและเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ใครเจอก็อย่าไปทำร้ายมัน
สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช รายงานว่า ตุ๊ดตู่ หรือ Dumeril’s monitor เป็นสัตว์ที่เล็กที่สุดในกลุ่มสัตว์จำพวกเหี้ย-ตะกวดที่พบได้ในประเทศไทย เป็นสัตว์ไม่มีพิษ และเป็นสัตว์ป่าในวงศ์ตะกวด พบได้เฉพาะในบางจังหวัดทางภาคใต้ บริเวณป่าดิบชื้นริมทะเล หรือป่าโกงกาง ปกติหาพบได้ยาก เนื่องจากเป็นสัตว์ที่รักสงบ และมีการระวังภัยสูง เมื่อเล็กตั้งแต่ปลายปากถึงคอจะมีสีส้มถึงแดงเข้ม เมื่อโตสีจะจางลง มีขีดสีดำตั้งแต่ขอบตาถึงคอ ลำตัวมีขวั้นสีเหลืองตั้งแต่คอถึงปลายหาง นอกจากนี้ยังจัดเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำได้ดี แต่มักวิ่งหรือเคลื่อนไหวได้ช้า มีอาหารสำคัญเป็นพวกสัตว์บกขนาดเล็ก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ปลา และแมลงต่าง ๆ ออกหาอาหารได้ทั้งกลางวันกลางคืน โดยเฉพาะเมื่อเวลาหิว อย่างไรก็ตามตุ๊ดตู่เป็นสัตว์เชื่องช้า ไม่ค่อยออกไปหากินไกลจากที่หลับนอน ชอบนอนตามโพรงไม้ หรือซอกหิน เมื่อหิวจึงจะออกหากิน แล้วก็กลับเข้าหลับนอนตามเดิม
ส่วน "เห่าช้าง" นั้น (หรือที่บางท้องถิ่นเรียกว่า งูเห่าช้าง หรือ เหี้ยเห่าช้าง) ก็เป็นสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มเหี้ย-ตะกวด ที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และหายากขึ้นทุกวัน โดยเห่าช้างก็ไม่ได้มีพิษทั้งในน้ำลายหรือในเนื้อของมัน เหมือนอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด แต่ในน้ำลายของมันมีเชื้อโรคสะสมอยู่มากมาย ใครโดนกัดจึงอาจจะติดเชื้อในแผลได้ ส่วนที่ชื่อคล้ายงูเห่าก็เพราะมันทำเสียงขู่ฟ่อ ๆ แบบงูเห่าได้