นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปลิงกัดชาวบ้านจนเสียชีวิตนั้นไม่เป็นความจริง เพราะได้ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องแล้วทราบว่านายเสน่ห์ มีศรี วัย 64 ปี เสียชีวิตเพราะเป็นโรคหัวใจ ขณะนี้ได้สั่งให้ทางสำนักงานประมงจังหวัด หาวิธีจับปลิงในคลองลำท่าแดงตัวเป็นๆ ส่งให้ทางกรมประมงพิสูจน์ตรวจสอบ
ส่วนชาวบ้านที่ถูกปลิงกัดอีก 1 คน คือนายสุบิน ยินดี อายุ 64 ปี เป็นชาวบ้านหมู่ที่2 ตำบลย่านซื่อ ลงไปเก็บหาผักหาหอยในคลองลำท่าแดง ได้ไปทำแผลที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล จนหายเป็นปกติดีแล้ว
ขณะที่เฟซบุ๊กของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งใช้ชื่อเพจ “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ระบุว่า "ปลิงประหลาดตามข่าวนั้น เป็นแค่ปลิงควาย ไม่ได้มีพิษอะไร"
ผมได้ไปสอบถามความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลิง ของภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ คือ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา อาจารย์ให้ความเห็นว่า มันก็น่าจะแค่ "ปลิงควาย" สายพันธุ์หนึ่งที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ไม่น่าจะเป็นพันธุ์ใหม่พิเศษอะไร
การที่ตัวมันโตยาวใหญ่ ก็ไม่ได้แปลก เพราะปลิงควายขนาดใหญ่เป็นฟุตนั้นก็สามารถหาได้ ยิ่งไปถ่ายภาพแบบดึงยืดมัน มันก็ยิ่งตัวยาก .... แล้วลักษณะที่บอกว่า พบว่ามีฟัน 3 เขี้ยวนั้น ก็เป็นลักษณะเด่นของปลิงควาย ที่จริงๆ คือมี ขากรรไกร 3 อัน (เข้าใจผิดกันว่าเป็นเขี้ยว)
ปลิงควายนั้น ไม่ได้มีพิษอะไร แต่น้ำลายของมันจะมีสารที่ไปขยายหลอดเลือดของเหยื่อและสารที่ทำให้เลือดเหยื่อไม่แข็งตัว ดังนั้น เวลาที่ถูกปลิงกัดดูดเลือด ก็อย่าไปกระชากดึงเอามันออกมาแรงๆ แผลจะใหญ่ได้ ให้หาวิธีอื่นทำให้มันหลุดออก เช่น ใช้ยาเส้น/ยาฉุน/ไส้บุหรี่ ชุบน้ำแล้วบีบน้ำยาลงไปตรงที่ปลิงเกาะ หรือใช้สเปรย์กันยุงฉีดพ่นที่ตัวปลิง (หมายถึง พวกเอาทาน หรือ กย15 นะ ไม่ใช่ฉีดดีดีทีใส่) หรือจะใช้บุหรี่/ธูปติดไฟจี้ที่ตัวปลิงเลยก็ได้
ปริมาณของเลือดที่ปลิงดูดไปนั้น ไม่ได้จะเยอะอะไรให้เราเป็นอันตราย แต่เชื้อโรคนี่ซิ น่ากลัวกว่ามาก ดังนั้น ที่สำคัญคือต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคให้ดี ไม่เช่นนั้น เชื้อโรคอาจจะเข้าทางรอยปลิงกัดที่เลือดไม่ค่อยหยุดไหลนั้นได้โดยง่าย ให้ล้างด้วยน้ำและสบู่ แล้วใส่ยาฆ่าเชื้อหรือยารักษาแผลสด เพื่อทำลายเชื้อโรค