ใครที่เคยไปเมือง “ลั่วหยาง” ประเทศจีนคงคุ้นเคยกับวัด “ม้าขาว” หรือวัด “ไป๋หม่าซื่อ” และหลายคนรู้กันดีว่าวัดนี้มีคนไทยคนหนึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ โดยคนไทยคนดังกล่าวเป็นอดีตนักการเมืองไทย ที่ต้องหลบหนีคำพิพากษาคดีทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านไปอยู่ที่ประเทศจีน โดยชื่อวัดก็สอดคล้องกับบนามสกุลของเขา “วัฒนา อัศวเหม”
นอกจากนี้ในพืนที่วัดม้าข่าว ก็มีวัดไทยเป็นส่วนประกอบ ที่แค่ชื่อวัดที่เห็นก็รู้ว่าใครสร้าง เพราะชื่ออย่างเป็นทางการคือว่า “วัดเหมอัศวราช”
วัดม้าขาว หรือ ไป๋หม่าซื่อ เป็นวัดทางพุทธศาสนาแห่งแรกที่ตั้งขึ้นในประเทศจีน อยู่ที่เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน ซึ่งประวัติความเป็นมา คือ ในปี ค.ศ. 66 ในรัชสมัยจักรพรรดิมิ่งตี้ แห่งราชวงศ์ฮั่น หลังจากได้มีการส่งคณะทูต 18 คน ไปสืบพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย โดยใช้เวลา 3 ปี คณะทูตก็ได้เดินทางกลับ พร้อมด้วยพระพุทธรูป พระภิกษุอีก 2 รูป คือ พระกัศยป มาตังคะ และพระธรรมรัตน์ โคภรณ์และคัมภีร์ทางพุทธศาสนามาส่วนหนึ่งด้วย โดยบรรทุกมาบนหลังม้าสีขาวตัวหนึ่ง ในปี ค.ศ. 68 จึงได้โปรดให้มีการสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นที่ชานเมืองลั่วหยาง เพื่อเป็นที่เก็บพระคัมภีร์ และให้พระภิกษุทั้ง 2 จำพรรษา ณ วัดแห่งนี้ และพระราชทานนามให้ว่า "วัดม้าขาว" เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ม้าขาวตัวนั้น
ลุ้นศาลฎีกา! พิพากษาคดีทุจริตฉ้อโกงซื้อที่ดินคลองด่าน
ปัจจุบัน วัดม้าขาวมีเนื้อที่ราว 80 ไร่เศษ ซึ่งในปี ค.ศ. 1992 พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวจีนได้ร่วมกันบริจาคเงินสร้างวิหารหลังหนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย ขึ้นทางด้านทิศตะวันตกของวัด ซึ่งในปัจจุบัน วัดม้าขาวถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง ของเมืองลั่วหยาง และมณฑลเหอหนาน โดยมีผู้มาเยือนจากทั่วโลกไม่ขาดสายในแต่ละปี
โดยวัดไทยดังกล่าวใช้งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท ปัจจุบันมีพระไทยจำพรรษาอยู่ 2 รูป และมีสถาปัตยกรรมของไทยเช่นภูเขาทองจำลอง
และด้วยการคาดว่าที่มาสร้างเพราะ นามสกุล อัศวเหม แปลว่าม้า และวัดนี้เป็นม้าขาว เขาจึงมาสร้างม้าสีทอง ไว้ด้วย
สำหรับนายวัฒนานั้นอดีตเป็นนักการเมืองดัง เป็นอดีตรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาศาลได้พิพากษาจำคุกเขา 10 ปี จากคดีทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งเขาก็ได้หลบหนีออกจากประเทศไปตั้งแต่ปี 2551 โดยมีผู้พบเห็นเขาอยู่เป็นระยะๆ ทั้งในกัมพูชาและประเทศจีน