น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด สมทบกับฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้น้ำหลากท่วมถนนสาย บ้านโคกยาง - ปันเราะ ต.บ้านกรวด อ.บ้านกรวด สูงกว่า 40 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร อีกทั้งกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวส่งผลให้รถเล็กสัญจรไปมาด้วยความลำบาก เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบท และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์นำป้ายไปติดตั้งป้องกันอันตราย
นอกจากนี้ยังพบว่า น้ำป่าได้ไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าว และไร่อ้อยในพื้นที่ อ.บ้านกรวด เป็นวงกว้างกว่า 1 พันไร่ คาดว่าหากระดับน้ำไม่ลดภายใน 1 สัปดาห์ก็จะได้รับความเสียหาย แต่หากไม่มีฝนตกมาเพิ่มเติมปริมาณน้ำที่ท่วมถนน นาข้าว และไร่อ้อย ก็จะลดระดับลงภายใน 1 – 2 วันนี้
ที่จังหวัดยโสธร มีการประชุมคณะกรรมการและคณะทำงาน ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัยและดินถล่มจังหวัดยโสธร เพื่อรับทราบสถานการณ์ความเสียหาย โดยนายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานการประชุม
โดยจังหวัดยโสธร มีพื้นที่ที่ได้รับ อุทกภัยใน 9 อำเภอ 78 ตำบล 885 หมู่บ้าน จำนวน 71,460 คน จำนวน 25,764 ครอบครัว มีผู้อพยพ 5,766 คน/พื้น ที่การเกษตรที่ประสบภัยคาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 5แสน 5 หมื่น 5 พัน 9 ร้อย 5 สิบ 5 ไร่ เป็น พืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง ยางพารา มะพร้าว พริก แตงโม ข้าวโพด กล้วย อ้อย จำนวน 2 หมื่น 8 พัน 8 ร้อย 13 ไร่ นอกจากนี้ก็มีเกษตรกรด้านประมงได้รับความเสียหาย 773 คน เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จำนวน 4,293 ราย นอกจากนี้มี ถนน 187 สาย,สะพาน 30 แห่ง,วัด 24 แห่ง, ฝาย 17 แห่ง โรงเรียน 56 แห่ง สถานพยาบาล 7 แห่ง และมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ 9 คน
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน จังหวัดยโสธรยังมีสถานการณ์น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร ที่บ้านปากเป่ง จำนวน 13 ครัวเรือนและบ้านหนองหอย 8 ครัวเรือน และยังตั้งจุดอพยพชั่วคราว 6 จุดในพื้นที่ 2 อำเภอ 4 ตำบล จำนวน 109 ครัวเรือน รวม 244 คน สัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ จำนวน 125 ตัว ยังให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำรถบรรทุกเครื่องสูบน้ำระยะไกลต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศวันนี้ (24 ก.ย.62) บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบนและอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ และภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
โดยภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฝน 70% ของพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ฝน 60%ของพื้นที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฝน 40%ของพื้นที่ ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝน 10% ของพื้นที่ โดยภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลด 1-3 องศาเซลเซียส ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาเคยระบุไว้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงหนาวหลงฤดู ซึ่งจะเกิดขึ้นกับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนได้