แม้จะเป็นตำแหน่งสูงสุดในการบริหารบ้านเมือง แต่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐก็สามารถถูกถอดถอนได้ หากกระทำความผิด หรือทำตัวเป็นภัยต่อประเทศชาติ ระบบถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมือง ที่จริงแล้วมีมานานตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ แต่ภายหลังต่อมาอังกฤษได้นำมาปรับใช้ โดยมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศอย่างชัดเจนว่า ถ้าบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง แต่ใช้อำนาจในทางทุจริต หรือกระทำการที่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ สมาชิกรัฐสภาก็มีสิทธิที่จะขับบุคคลผู้นั้นออกจากตำแหน่งได้
สำหรับคำว่าการถอดถอนนั้นอังกฤษจะใช้คำว่า”รีคอล”(Recall) แต่สหรัฐที่มักจะทำอะไรตรงข้ามกับอังกฤษ หันไปใช้คำว่า”อิมพีชเมนท์”(Impeachment)แทน
ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ เคยมีความพยายามใช้กระบวนการนี้อยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหน ถูกปลดจากตำแหน่งด้วยการถูก”อิมพีชเมนท์”เลยแม้แต่รายเดียว ที่เฉียดฉิวที่สุดเห็นจะเป็นริชาร์ด นิกสัน ที่โดนพิษคดี”วอเตอร์เกตส์” จนตัดสินใจชิงลาออกเสียก่อน
สำหรับกระบวนการถอดถอนหรือ”อิมพีชเมนท์”นั้น ต้องเริ่มขึ้นที่สภาล่าง หรือสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น โดยสมาชิกคนใดคนหนึ่งเสนอเรื่องขึ้นมา ให้กับประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณาและตัดสินว่า ข้อกล่าวหานั้นมีมูลพอที่จะดำเนินการต่อหรือไม่
เมื่อไม่มีมูลเรื่องก็ตกไป แต่ถ้าเห็นว่ามีมูล ประธานรัฐสภาก็จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งเพื่อสอบสวนความผิด จากนั้นก็จัดทำเป็นเอกสารให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดไปอ่านดูว่า มีมูลพอที่จะนำมาอภิปรายในสภาได้หรือไม่
เมื่อผ่านขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปยังวุฒิสภา ให้ตัดสินอีกทีหนึ่งว่า จะให้บุคคลคนนั้น ออกจากตำแหน่งหรือไม่ ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน
ในส่วนของโดนัลด์ ทรัมป์นั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร เพราะพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากอยู่ แต่คงไปได้ไกลเพียงเท่านั้น เพราะด่านวุฒิสภาคงจะผ่านไปไม่ได้ เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่เป็นของรีพับลิกันนั่นเอง