“ระบบตัดแต้ม-ยกเลิกใบขับขี่” คุมพฤติกรรมขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




19 ธันวาคม นี้ จะมีการนำระบบการตัดคะแนนความประพฤติมาใช้กับผู้กระทำผิดกฎจราจร เพื่อลดการบาดเจ็บและตายบนท้องถนน โดยจะมีคะแนนรวมอยู่ที่ 12 คะแนน ถ้าฝ่าฝืนกฎจราจร...มีหลักเกณฑ์การตัดแต้มคือ

ขั้นต้น “ตัด 1คะแนน” อาทิ ใช้โทรศัพท์ระหว่างขับขี่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สวดหมวกกันน็อค ขับรถบนทางเท้า ขับเร็วเกินกฎหมายกำหนด ไม่หลีกทางให้รถฉุกเฉิน ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย รวมถึงไม่ชำระค่าปรับในระยะเวลาที่กำหนด

“อัศวิน” เผยขับมอเตอร์ไซค์ขึ้นฟุตปาธปรับสูงสุดได้ถึง 5,000 บาท

“ตัด 2 คะแนน” อาทิ ผ่าไฟแดง ย้อนศร ขับประมาทหวาดเสียว ขับรถระหว่างโดนพักใช้ใบขับขี่ เมาแล้วขับ 

“ตัด 3 คะแนน” อาทิ สนับสนุนส่งเสริมการแข่งรถบนท้องถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต ชนแล้วหนี เมาแล้วขับโดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150มิลลิกรัมเปอร์เซอร์

และขั้นสูงสุด “ตัด 4คะแนน” เมาแล้วขับโดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 200มิลลิกรัมเปอร์เซอร์เซนต์ เมาแล้วขับชนคนบาดเจ็บและเสียชีวิต เสพยาเสรพติดแล้วขับชนคนบาดเจ็บและเสียชีวิต แข่งรถบนท้องถนนโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น

ซึ่งกระบวนการคืนคะแนนนั้น จะได้คะแนนกลับคืนมา แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน ต้องเข้าการอบรมจากกรมการขนส่งทางบก จะได้คืนกลับมาทั้งหมด 12 คะแนน แต่หากพันกำหนดและไม่ผ่านการอบรม จะได้คืนเพียง 8 คะแนน หากโดนพักใช้ 3 ครั้งภายใน 3 ปี จะโดนพักใช้ 1 ปี และหากโดนพักใช้ซ้ำอีกภายใน 1ปี จะโดนเพิกถอน ซึ่งต้องรอ 5 ปี ถึงจะสามารถทำใบขับขี่ใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่คะแนนถูกตัดเป็น 0 และฝ่าฝืนจะถูกบันทึกความผิด และนำไปตัดคะแนนเมื่อได้รับคะแนนคืน

ซึ่งการนำระบบดังกล่าวมาใช้จะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุและอัตราการตายจากอุบัติเหตุทางถนนได้หรือไม่นั้น ภาคีป้องเพื่อความปลอดภัยทางถนน ได้จัดเวทีเสนอความคิดเห็นระหว่างภาคีป้องกันอุบัติเหตุทางถนนกับสื่อมวลชน เรื่อง “กฎหมายจราจรใหม่ เพื่อช่วยชีวิตคนไทย” จากหลากหลายมุมมอง เริ่มที่...

นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ ผู้จัดการแผนยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลก ด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน กล่าวว่า ก่อนปีใหม่ 2563 ประเทศไทยจะมีการบังคับใช้กฎหมายใหม่ เกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนคือ “ระบบการตัดแต้ม” ซึ่งการบังคับใช้ให้ประสบความสำเร็จนั้น หัวใจสำคัญคือการทำให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญ รับรู้ และยอมรับ ถึงผลเสียและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ ซึ่งนักวิชาการมองว่าเป็นบริบทใหม่ของสังคมไทย ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขสถานการณ์ แม้ว่าภาพรวมอุบัติเหตุในปีล่าสุดเหมือนจะดีขึ้น คนตายลดลง ประมาณ 1,400ราย แต่โดยรวมยังมากว่าปีละ 20,000 ราย

ไทยเสี่ยงครองแชมป์โลก ผู้เสียชีวิตบนท้องถนนสูงสุด

"เชื่อว่าหากสามารถบังคับใช้กฎหมายตัดแต้มได้อย่างจริงจัง จะสามารถลดการตายลงได้ 10-20% หรือประมาณ 2-4พันคน โดยภาพรวมจะช่วยลดผลกระทบต่อคนได้นับหมื่นราย" 

แต่การจะบังคับได้จริงหรือนั้นยังเป็นคำถาม เพราะคนไทยมีดีเอ็นเอพิเศษไม่กลัว และเพิกเฉยต่อการทำผิดกฎหมาย ในขณะที่ฟิลิปปินส์แนวโน้มการเคารพกฎหมายดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กฎหมายใหม่ไม่เพียงเน้นเฉพาะการออกใบสั่งและการตัดแต้ม ทว่าระบบจะทำให้เห็นถึงคนที่กระทำผิดซ้ำๆ ซึ่งเราควรจับตาความประพฤติกรรมการขับขี่คนกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด

ค่าปรับจราจร จ่ายแล้ว.. เงินไปไหน?

ขณะเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลจราจร ผ่านสภากำลังเข้าสู่ ครม. ในการตัดสินความผิดเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางถนน อำนาจในการให้ศาลตัดสินความผิด ถ้าสำเร็จคนจะรู้สึกว่าเมื่อเมาแล้วขับ ความผิดจะไม่อยู่แค่ชั้นของตำรวจ แต่จะต้องตัดสินในชั้นศาล โดยการผลักดันห้ามรอลงอาญา ตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ช่วยลดการตายลดลงได้ถึง 50%ในปีถัดไป

“แผงกั้นฟุตปาธ” สกัดวินมอเตอร์ไซค์ได้จริง?

"รื้อ!"แผงเหล็กหน้าการบินพลเรือนเตรียมวางแนวกั้นจยย.บนทางเท้าแบบใหม่

นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ประธานมูลนิธิเพื่อความปลอดภัยทางถนนจังหวัดขอนแก่น และผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือขององค์การอนามัยโลก ด้านการป้องกันอุบัติเหตุ กล่าวว่า ระบบตัดแต้มเป็นกฎหมายสำคัญมากของไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้ ไม่ว่าจะยากดีมีจนภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ทุกคนจะถูกบังคับใช้เหมือนกันทุกการกระทำผิดทั่วประเทศ จะถูกบันทึกและดำเนินการ ซึ่งวิธีการนี้จะลดการเผชิญหน้าระหว่างตำรวจกับประชาชน เป็นกฎหมายที่ทำให้คนทำผิดได้รับผลมากที่สุด 

ขณะที่ในมุมมองของผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเห็นว่า...

พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า "ทุกวันนี้ตำรวจอ่อนแอเพราะที่ผ่านมาบังคับใช้กฎหมายอยู่องค์กรเดียว จำเป็นต้องมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบริหารจัดการและดำเนินการให้ประความสำเร็จ" ซึ่งต้องการการซับพอร์ตจากหลายองค์กร 

" ทุกวันนี้กฎหมายจราจรบังคับอยู่แนวทางเดียว คือการออกใบสั่งและเปรียบเทียบปรับ คนมองว่าเป็นผลประโยชน์ของตำรวจ แต่ไม่ย้อนกลับมองว่าใบสั่งที่ออกมานั้น เกิดจากการผ่าฝืนกฎจราจรและการกระทำผิดของตนเอง ที่สำคัญค่าปรับที่น้อยเกินไปทำให้คนไม่ตระหนัก มองว่ามีเงินสามารถจ่ายได้สบาย เพราะเห็นถึงความสะดวกสบายมากกว่าความปลอดภัย จึงพบเห็นพฤติกรรมไม่สวมหมวก ไม่คาดเข็มขัด ฝ่าไฟแดง เมาขับ "

มอเตอร์ไซค์แบบนี้ ต้องเจอ คนจริง!! ไล่ลงฟุตปาธ

ดังนั้น การบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพ โดยอาศัยระบบปกครอง คือ ระบบตัดคะแนนความประพฤติ ในความเป็นจริงมีมา 20 กว่าปี แต่ทำไม่ได้เพราะกฎหมายให้สติกเกอร์ในใบขับขี่ กระทั่งมีการแก้กฎหมายใหม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาระบบเก็บข้อมูลจราจรโดยใช้ระบบนี้มา

"การตัดคะแนนความประพฤติ คนจนคนรวยมี 12คะแนนเท่ากัน ทำผิดข้อหาเดียวกันตัดคะแนนเท่ากัน รวมถึงการลดขั้นตอนกระบวนการบังคับใช้กฎหมายสิ้นสุด หากผู้กระทำผิดไม่จ่ายค่าปรับขอหมายเรียกกับศาลให้อัยการรับรอง และดำเนินการตามกระบวนการต่อไป"

ด้าน พ.ต.ท.พชร์ ฐาปนดุลย์ สารวัตรงานอบรมผู้กระทำผิดกฎจราจร กองบังคับการตำรวจ กล่าวถึงกฎหมายฉบับใหม่มีการแก้ไขข้อปฏิบัติหลายด้าน เช่น อำนวยความสะดวกประชาชนในการจ่ายค่าปรับ พัฒนามาตรฐานและระบบออกใบสั่งของตำรวจ และมาตรการเสริมลดการทำผิดและอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการตัดคะแนนความประพฤติ เมื่อถูกตัดจนหมด 12คะแนน จะถูกพักใช้ใบขับขี่ 90วัน ซึ่งระบบจะอิงกับเลขบัตรประชาชน 12 หลัก ดังนั้น แม้บางคนจะมีใบขับขี่หลายใบแต่จะมีคะแนนเพียงชุดเดียว เมื่อผู้กระทำผิดจ่ายค่าปรับระบบจะตัดคะแนนอัตโนมัติ ส่วนผู้ที่ไม่จ่ายตามกำหนดเวลาเมื่อพ้นกำหนด ก็จะโดนตัดคะแนนเช่นกัน และเมื่อไปชำระภาษีประจำปีจะต้องเคลียร์ค่าปรับตามหลักเกณฑ์

 

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ