ตอนนี้รายงานระดับน้ำล่าสุด จุดที่พบซากช้างตัวที่ 10 กับ 11 อยู่ที่ 1 เมตรครึ่ง หรือราวๆ ระดับอกของคน และกระแสน้ำยังไหลเชี่ยว ทำให้สัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติฯ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทำงานแยกชิ้นส่วนช้างป่าได้ยาก ซึ่งต้องประเมินสภาพอากาศด้านบนเฝ้าระวังน้ำป่าไปด้วย
เจ้าหน้าที่ในชุดปฏิบัติการเก็บกู้ซากช้างป่า ต้องใช้เส้นทางจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชล ล่องเรือเข้าไปทำงาน ขณะที่น้ำด้านบนยังมีกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ช่วงก่อนจะถึงตาข่ายดักชั้นที่สอง จะเห็นว่ามีซากไม้ขอนหนอนไช ไหลลงมารวมกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ทำอาชีพเรือหางยาวนำเที่ยวมาช่วยกันเก็บออกไป แต่ตรงจุดนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นำป้ายมาติดแล้วว่าห้ามเข้า เพราะมีการทำงานเก็บกู้ซากช้างป่าอยู่ด้านใน ซึ่งสื่อมวลชนทุกสำนัก เข้ามาได้ถึงจุดที่ติดตั้งตาข่ายดักชั้นที่สองเท่านั้น
นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ระบุว่า สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ เริ่มทำงานแยกซากช้างตัวที่ 10 และ 11 แล้ว ซึ่งจะแยกส่วนหัว ขา สะโพกออกมาบำเพ็ญกุศลวัดท่าด่าน ก่อนเผาทำลาย และจะนำไปโปรยหรือฝังในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตามความเชื่อ ส่วนที่เหลือต้องปล่อยให้เป็นอาหารสัตว์ป่าตามธรรมชาติ
แต่อุปสรรคการทำงานคือฝนที่ตกอยู่เหนือน้ำตกเหวนรกต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องประเมินกันตลอดเวลาในการทำงาน เพราะต้องระวังน้ำป่าด้วย เป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่อาจทำได้แค่แยกชิ้นส่วนตัวที่ 10,11 ก่อน เพราะอยู่ในจึดที่อันตรายน้อยสุด
แต่จากที่สังเกต พบการนำปูนขาว และแกลลอนน้ำลำเลียงเข้าไปที่จุดผ่าซากช้างแล้ว ซึ่งการทำงานตอนนี้ มีคำขอจากเจ้าหน้าที่ให้ติดตามการทำงานเฉพาะด้านนอกเท่านั้น แม้แต่เจ้าหน้าที่เข้าทำงาน ได้ขอความร่วมมือห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปด้วยเพื่อป้องกันการถ่ายภาพซากป่า