นายจงคล้าย วงรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชยืนยันว่าวันนี้จะทำการฝังกลบทางได้ 3 ตัวแต่ภารกิจยังไม่จบ เพราะเจ้าหน้าที่ต้องการทำการย่อยซากช้างป่าอีก 8 ตัวให้เสร็จ ซึ่งอุปสรรคที่สำคัญคือ น้ำในคลองต้นไทรสูงขึ้นกว่า 1 เมตร จากฝนตกช่วงบ่ายของทุกวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องประเมินว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไห
ซากลูกช้างตัวนี้ เป็นหนึ่งใน 11 ซาก ที่นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช คาดว่าจะมีอายุประมาณ 2 ปี และอาจจะเป็นตัวเล็กสุดในฝูงที่ถูกน้ำป่าซัดตกน้ำตกเหวนรก โดยเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่พบซากช้างป่าตัวนี้ย้ายตำแหน่งไปจากเดิม จึงให้นักบินโดรนจากสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ นำโดรนขึ้นสำรวจจนพบซากตัวดังกล่าว ลอยอืดออกมาเลยตาข่ายที่ดักไว้ จึงลากกลับเข้าไปและยกขึ้นฝั่ง โดยวันนี้จะนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีฝังกลบ
จากการบินสำรวจด้วยโดรน นายอัศวิน โรมประเสริฐ นายกสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติ เปิดเผยว่า ซากช้างป่าย้ายจากตำแหน่งเกือบทุกตัว โดยมาค้างที่น้ำตกชั้นที่สองมากสุด แต่ยังอยู่ครบทั้ง 11 ซาก
การย้ายจุดของซากช้างตอนนี้จึงไม่สามารถระบุช้างตามตำแหน่งตัวเลขเดิมได้ โดยซากลูกช้างที่น้ำพัดลงมา น่าจะเป็นซากตัวที่ 7 ตามหมายเลข เพราะมีขนาดพอๆ กัน และตำแหน่ง เดิมของลูกช้างตัวที่ 7 อยู่บนแก่งหิน ซึ่งในช่วงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่มีฝนตกลงมาทุกวันโดยในช่วงบ่าย ระดับน้ำมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นและไหลแรง ทำให้ลูกช้างน่าจะถูกน้ำพักลงมา เพราะตอนขึ้นบินสำรวจไม่พบซากตัวนี้อยู่ที่เดิมแล้ว
ขณะที่การทำงานวันนี้ มีเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานเดินทางเข้าไปด้วยเพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำ โดยค่าออกซิเจนและค่าความเป็นกรดเป็นด่างตรงบริเวณตาข่ายดักชาติสุดท้ายอยู่ในเกณฑ์ปกติส่วนสารปนเปื้อนที่อาบมาจากซากช้างต้องเข้าห้องแล็ป ซึ่งจะทราบผลในอีก 2 สัปดาห์