ภารกิจมอบแสงสว่างให้ผู้ยากไร้ในอินโดนีเซีย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักธุรกิจเพื่อสังคชาวอินโดนีเซียบริจาคเงินจากบริษัทและระดมทุน เดินหน้าติดตั้งไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับผู้ยากไร้เนื่องจากอินโดนีเซียประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลายพื้นที่ยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้


ผู้สื่อข่างต่างประเทศรายงานว่า เฮมัน ชานไร ผู้ประกอบการเพื่อสังคมชาวอินเดีย วัย 27 ปี ต้องการหาทางออกให้กับปัญหานี้ จึงได้ก่อตั้งบริษัท อัซซูร่า โซลาร์ เมื่อปี 2013 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งให้บริการติดตั้งไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ในบ้านเรือน


ชานไร เติบโต และอาศัยอยู่ในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 1991 ถึงปี 2005 หลังจากที่เขาเริ่มกิจการได้ไม่นาน ชานไร ได้เดินทางกลับไปที่อินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจมากสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากประเทศอินโดนีเซียมีที่ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร และมีปริมาณแสงอาทิตย์ที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเหลือเฟือ


แต่นอกจากโอกาสทางธุรกิจแล้ว ชันไรเองก็อยากจะยื่นมือช่วยเหลือผู้ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือผู้ที่ยากไร้ จึงได้ร่วมมือกับองค์กรเพื่อสังคม บริษัท และบุคคลที่มีแนวคิดเดียวกัน เพื่อนำเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไปมอบให้กับผู้ที่ขาดแคลน


โครงการล่าสุดของชานไร คือ การติดตั้งแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี 1978 และมีเด็กกำพร้าในความดูแลในขณะนี้ กว่า 70 ชีวิต

ด้วยงบประมาณที่จำกัด สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้สามารถซื้อไฟฟ้าได้เพียง 4,400 วัตต์ ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการไฟฟ้าสำหรับที่พัก โรงเรียน และมัสยิดที่อยู่ในบริเวณ

นอกจากนี้ การที่ชุมชนดังกล่าวอยู่ติดกับแม่น้ำ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนเป็นประจำ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรบ่อยครั้ง

เบื้องต้น ชานไร ได้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงเรียนเด็กกำพร้า ซึ่งประกอบด้วยแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 15 วัตต์ แบตเตอรีสำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้า และหลอดประหยัดไฟ 4 ดวง


"อินโดนีเซียเป็นประเทศที่เหมาะจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาก เนื่องจากมีแสงแดดเกือบตลอดทั้งปี คนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในชุมชนที่ยากจน และระบบสาธารณูปโภคก็ยังครอบคลุมไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะไฟฟ้า การที่เรานำเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มามอบให้กับชุมชนที่ขาดแคลนนั้น จะทำให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น"


เฮมัน ชานไร ผู้ก่อตั้งบริษัท อัซซูร่า โซลาร์ กล่าวต่ออีกว่าภายหลังจากติดตั้งแล้ว แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อชาร์จไฟให้เต็ม ก่อนที่จะใช้งานได้


โชลิด มาวารดี ผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ เชื่อว่าแผงพลังงานแสงอาทิตย์นี้จะให้ประโยชน์มากมายมหาศาลแก่เด็กๆ ที่อาศัยอยู่ที่นี่

"พลังงานแสงอาทิตย์ช่วยแก้ปัญหาเรื่องพลังงานที่เราประสบได้มาก เด็กๆ มีไฟฟ้าใช้ตอนอ่านหนังสือและทำการบ้านในช่วงหัวค่ำ ซึ่งเมื่อก่อนไม่สามารถทำได้"โชลิด มาวารดี ทผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ชานไรยังทำงานกับชุมชนยากจนในพื้นที่ชนบทนอกเมืองหลวงของอินโดนีเซียด้วย เช่น หมู่บ้านที่ห่างไกลแห่งนี้ ในจังหวัดบันเตน ซึ่งภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน เขาได้ติดตั้งโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 200 ดวง ให้แก่ชาวนาที่ยากจน และไม่มีเงินจ่ายค่าไฟฟ้า


โคมไฟเหล่านี้ ทำให้ค่ำคืนของที่นี่ไม่มืดมิดอีกต่อไปสำหรับชานไรเอง อินโดนีเซียยังถือเป็นบ้านหลังที่สองของเขา ที่เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ มากมาย การมอบโอกาสดีๆ และได้ช่วยผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ได้กลายเป็นเป้าหมายชีวิตของเขาไปแล้ว

"ผมอยากจะกลับมาที่นี่ ประเทศที่ช่วยให้ผมเติบโตมาได้จนถึงวันนี้ ผมอยากจะทำอะไรคืนให้กับผู้คนที่นี่บ้าง โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี ....คนที่ไม่ได้โชคดีเหมือนผม" เฮมัน ชานไร ผู้ก่อตั้งบริษัท อัซซูร่า โซลาร์


โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ของชานไร นั้นใช้งานง่ายมาก แถมยังพกพาสะดวกและติดตั้งไม่ยาก เพียงวางไว้กลางแดด 6 ชั่วโมง ก็สามารถชาร์จไฟได้เต็มอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีหมู่เกาะมากมายกว่า 13,000 เกาะ การที่จะติดตั้งระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ได้นั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก


คาดว่ายังมีประชากรในประเทศอินโดนีเซียอีกกว่าร้อยละ 20 หรือประมาณ 50 ล้านคน ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ทางตะวันออกของประเทศ แม้แต่เกาะชวาเอง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น หลายพื้นที่ไฟฟ้าก็ยังเข้าไม่ถึง


แฟบบี้ ทูมิวา ทำงานให้กับสถาบันเพื่อการปฏิรูปบริการสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาที่ผลักดันเรื่องการกระจายไฟฟ้าให้ทั่วถึง โดยเขากล่าวว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในอินโดนีเซีย เติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรัฐได้ดำเนินโครงการสนับสนุนหลายโครงการ อย่างไรก็ตาม แฟบบี้ มองว่า โครงการเหล่านี้ต้องพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนยากจนมากขึ้น


"ไฟส่องสว่างจากพลังงานแสงอาทิตย์จะมีประโยชน์ต่อกลุ่มคนที่ยากไร้ ที่บางครั้งไม่มีทางเลือก จึงต้องลักลอบต่อไฟฟ้ามาใช้เอง ซึ่งอาจจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐลงโทษได้ด้วย" แฟบบี้ ทูมิวา นักวิเคราะห์ด้านพลังงาน


ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า การที่ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ จะทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้น และนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ เฮมัน ชานไร วางเป้าหมายไว้สำหรับการขยายกิจการพลังงานแสงอาทิตย์ของเขา โดยขณะนี้เขากำลังระดมทุนผ่านเว็บไซต์เพื่อติดตั้งโครงข่ายพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับชุมชนในหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล

ภาพประกอบ greenasiaforce.com

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

สารพัดมิตร

สารพัดมิตร

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ