วันนี้(10พ.ค.58) เมื่อเวลา 13 .58 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จลงจากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินจากโรงพยาบาลศิริราชกลับไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เพื่อทรงเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ ในสถานที่ที่อากาศบริสุทธิ์ และฟื้นฟูพระวรกาย ตามคำแนะนำของคณะแพทย์ หลังจากที่ทรงแข็งแรงขึ้นมากแล้ว ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่โรงพยาบาลศิริราชด้วย
ประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าว ต่างพากันไปรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น ทั้งที่โรงพยาบาลศิริราชและตลอดสองข้างทางที่รถยนต์พระที่นั่งจะแล่นผ่าน เพื่อที่จะได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะมีโอกาสได้เห็นครั้งหนึ่งในชีวิต ต่างปลื้มปีติที่ทราบว่าทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และเมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน เสียง "ทรงพระเจริญ" ก็ดังขึ้นอย่างกึกก้อง พร้อมเพรียงกัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช ดำเนินจากวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2557 ซึ่งสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรอท หรือไข้ สูง 38.2 องศาเซลเซียส ผลการตรวจพระโลหิตแสดงว่ามีภาวะติดเชื้อ
มีการเปลี่ยนแปลงในความดันพระโลหิต และอัตราการเต้นของพระหทัยเร็วขึ้น คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาจึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อถวายการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ ถวายการตรวจพระโลหิตด้วยวิธีพิเศษเพิ่มเติม และถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด
ต่อจากนั้น สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ฉบับต่อๆมา เพื่อให้ประชาชนได้ทราบความคืบหน้าของพระอาการซึ่งดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งแถลงการณ์สำนักพระราชวังฉบับที่ 12 ฉบับล่าสุด วันที่ 15 ธันวาคม 2557
ระบุว่า "คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานผลของการตรวจติดตามพระอาการอักเสบของถุงเนื้อเยื่อบนผนังของพระอันตะ หรือลำไส้ใหญ่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่มีพระปรอท หรือไข้ และไม่มีพระอาการเจ็บพระนาภี หรือท้องแล้ว การเต้นของพระหทัยเป็นปรกติ การหายพระทัยเป็นปรกติ
การถวายตรวจด้วยคลื่นเสียงที่ช่องพระนาภี หรือช่องท้อง ไม่พบการอักเสบของอวัยวะต่างๆ ผลการตรวจพระโลหิตเป็นปรกติ คณะแพทย์ฯได้ขอพระราชทานงดถวายพระโอสถปฏิชีวนะรักษาพระอาการมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว คณะแพทย์ฯ มีความเห็นว่าพระอาการทั่วไปดีขึ้น เสวยได้มากขึ้น ทรงบรรทมได้ดี พระวรกายแข็งแรงขึ้นตามลำดับ"
ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราชนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสถานที่ต่างๆ ภายในโรงพยาบาล เช่น สวนสุขภาพ ที่มีพระราชดำริให้สร้างเป็นที่พักผ่อนของนักศึกษา แพทย์และพยาบาลสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณด้านข้างโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ทรงเยี่ยมและเลือกซื้อสินค้าที่ร้านโกลเด้นเพลส สาขา 10 ตั้งอยู่ชั้นล่างของโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ ทอดพระเนตรคลองบางกอกน้อยและวิถีชีวิตชุมชนสองฝั่งคลอง ทอดพระเนตรแม่น้ำเจ้าพระยา
และพระบรมมหาราชวังที่หอประชุมกองทัพเรือ นอกจากนี้ยังเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรความก้าวหน้าของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา และเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีฉัตรมงคลณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวังด้วย
ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ประทับอยู่ด้วย เพื่อทรงเป็นกำลังพระราชหฤทัย นอกจากนี้พระบรมวงศ์ยังเสด็จพระราชดำเนินและเสด็จไปทรงเยี่ยมพระอาการกันอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่สำนักพระราชวัง ได้จัดสถานที่ให้ประชาชนมาลงนามถวายพระพร ที่ศาลาศิริราชร้อยปี ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา ถึง 18 นาฬิกาทุกวัน นับตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2557
จนถึงวันนี้ รวมระยะเวลากว่า 7 เดือน ซึ่งมีผู้แทนประมุขแต่ละประเทศ ทูตานุทูต ราชสกุลทุกมหาสาขา คณะบุคคล ผู้แทนหน่วยงานราชการ รัฐวิสหาหกิจ องค์กรเอกชน มูลนิธิ สมาคม ชมรม หน่วยงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดจนประชาชนจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เดินทางมาลงนามถวายพระพร พร้อมนำพระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ กระเช้าผลไม้ ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อาหารบำรุงต่างๆ และแจกันดอกไม้ ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย
ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทเสมอมา รวมระยะเวลาที่ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช 7 เดือน 7 วัน