ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนางบุญยิ่ง จันทวี อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายวิเชียร จันทวี อายุ 56 ปี ที่เดินทางไปยังประเทศเกาหลีกับ นายวิชาญ พัดสี อายุ 54 ปี แต่ถูกแยกทางกันในช่วงที่ ตม.ตรวจหลักฐาน ซึ่งนายวิชาญ ได้ถูกตม.กักขังไว้ 1 คืน ก่อนถูกส่งตัวกลับมายังประเทศไทย ส่วนตัวนายวิเชียร ซึ่งเป็นสามี สามารถเดินทางเข้าประเทศไปได้ แต่ก็ขาดการติดต่อไปโดยสิ้นเชิง
นางบุญยิ่ง ผู้เป็นภรรยา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ทุกข์ใจและกังวลใจมาก ห่วงผู้เป็นสามีว่าจะไปอยู่ที่ไหนทำอะไรอยู่ ที่ตัดสินใจให้สามีไปนั้นก็เพราะว่านายหน้าบอกว่าได้เงินดี จึงหวังจะหาเงินปลดหนี้สินที่มี เพราะทั้งสองมีแค่อาชีพทำนา 1-2 ปี มานี้ฝนแล้งทำนาไม่ได้รายได้ไม่มี ก่อนจะเดินทางไปในครั้งนี้ก็ได้พากันไปกู้เงินนอกระบบมา 40,000 บาท เพื่อใช้เป็นค่าเดินทางและซื้อของทั้งหมด ตอนนี้ทุกข์ใจมากๆ วอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวช่วยตามหาตัวผู้เป็นสามี แล้วพาตัวกลับมาในเร็ววัน ไม่ต้องไปทำงานที่ไหนอีกแล้ว
ด้านนายวิชาญ ได้เล่าว่า ตนเองพร้อมนายวิเชียรฯ ได้ตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศเกาหลี โดยได้ติดต่อผ่านนายหน้าผู้หญิงรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคนในตำบลเดียวกัน แต่ไปได้สามีที่ประเทศเกาหลี และไม่เคยเห็นหน้าตากันมาก่อน โดยบอกว่าจะพาไปเก็บแอปเปิ้ล ซึ่งจะได้ค่าแรงรวมแล้วประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ตนเองมองว่าจะเป็นช่องทางสร้างรายได้จึงตัดสินใจตกลงที่จะเดินทางไปทำงานที่นั่น
ซึ่งนายหน้าจะแจ้งขั้นตอนการดำเนินการทำหนังสือเดินทางต่างๆ รวมถึงการอบรม การพูดคุย การตอบคำถามอย่างไรให้ผ่านตม. ซึ่งจะเสียค่าอบรมเป็นเงิน 1,000 บาท จากนั้นได้ทำหนังสือเดินทาง พร้อมหาซื้ออุปกรณ์กันหนาวต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางในครั้งนี้
เมื่อไปถึงประเทศเกาหลี ตนเองไม่ผ่านตม . และถูกขังอยู่ที่ ตม. 1 คืน จากนั้นก็ถูกส่งตัวกลับมาดังกล่าว ส่วนตัวนายวิเชียรฯไม่สามารถติดต่อได้ ตอนนี้ทำได้แค่ติดต่อสอบถามไปยังนายหน้าหญิงคนดังกล่าว ให้ช่วยติดตามหา เพื่อส่งตัวกลับมาที่บ้าน แต่ได้รับคำตอบว่า กำลังช่วยตามหาตัวอยู่แต่ยังไม่รู้ว่าอยู่ไหน
ตอนนี้ตัวเองคิดว่า น่าจะถูกนายหน้าหลอกแน่นอน เพราะหากว่ามีการติดต่อให้ไปทำงานจริงก็ควรมีคนมารับที่สนามบิน จึงอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยประสานและตามหาตัวนายวิเชียรกลับบ้านโดยเร็ว