เมื่อวันที่ (30 ต.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศ Must Carry ที่ออกโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลต้องซื้อลิขสิทธิ์เนื้อหาที่จะนำมาเผยแพร่ ให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. รวมถึงระบบเคเบิ้ล ระบบโครงข่ายไอพีทางสายและไร้สาย หรือหลายระบบรวมกัน เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงในการประชุมระหว่าง กสทช. และผู้ประกอบการกิจการโทรทัศน์ในวันนี้ โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลให้เหตุผลว่า การซื้อลิขสิทธิ์ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มมีข้อจำกัด เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า และบางแฟลตพอร์มก็ไม่สามารถซื้อได้หากมีผู้ประกอบการรายอื่นซื้อไปก่อน ขณะที่ กสทช.ยืนยันว่า หลักเกณฑ์ Must Carry เป็นสิ่งสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ประสบปัญหาจอดำในบางแพลตฟอร์มที่ลิขสิทธิ์ไม่ครอบคลุม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสทช. ระบุว่า หลักเกณฑ์ Must Carry ยังขาดความชัดเจนและไม่สอดคล้องกับกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งทาง กสทช. จะมีการประชุมหารือและกำหนดแนวทางปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ Must Carry ให้มีความชัดเจนขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 1-2 เดือน
ส่วนกรณีการจัดเรียงช่องรายการใหม่หลังทีวีดิจิตอลคืนช่อง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธวัชชัย ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะจัดเรียงในรูปแบบใด เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล และผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมยังมีความคิดเห็นไม่ตรงกันในกรณีที่จะมีการอนุญาตให้ทีวีดาวเทียมใช้พื้นที่ช่องรายการที่มีการคืนสัญญาณได้หรือไม่ ซึ่งทาง กสทช. จะพิจารณาหาข้อสรุปต่อไป