นักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายสาขา รวมกว่า 11,000 คน จาก 153 ประเทศทั่วโลก ร่วมกันลงชื่อสนับสนุนงานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งจัดทำข้อมูลสรุปจากสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 40 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลทั่วโลกล้มเหลวในการแก้ไขปัญหานี้
นับเป็นครั้งแรกที่มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มใหญ่ขนาดนี้ออกมายืนยันว่าโลกกำลังเข้าสู่ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศ โดยทุกคนระบุว่า นี่เป็นเรื่องของจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม โลกควรตระหนักถึงความร้ายแรงของปรากฏการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
งานวิจัยดังกล่าว ระบุว่า การวัดอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศใกล้พื้นผิวโลกและน้ำในมหาสมุทรอย่างเดียว ไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาตัวชี้วัดอื่นๆ ด้วย อาทิ อัตราการเติบโตของประชากรมนุษย์และประชากรสัตว์ ปริมาณการผลิตเนื้อสัตว์ต่อจำนวนประชากร การสูญเสียต้นไม้ทั่วโลก และแนวโน้มการใช้พลังงานฟอสซิล
นอกจากนี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ยังเสนอนโยบาย 6 ประการ ในการจัดการกับปัญหานี้ ได้แก่
ด้านพลังงาน: รัฐบาลควรใช้ระบบภาษีคาร์บอนที่เข้มแข็ง ลดการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงฟอสซิล สนับสนุนให้คนหันมาใช้พลังงานทดแทนที่สะอาด
ด้านมลภาวะ: ลดการปล่อยก๊าซมีเทน และไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อนในระยะสั้นได้ถึง 50%
ด้านธรรมชาติ: ยุติการถางป่า ฟื้นฟูป่าไม้และป่าชายเลน เพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
ด้านอาหาร: เน้นบริโภคอาหารจากพืช ลดเนื้อสัตว์ ลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง
ด้านเศรษฐกิจ: ภาคธุรกิจลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เปลี่ยนเป้าหมายทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่เน้นการเติบโตของ GDP
ด้านประชากร: ให้ความรู้เรื่องการวางแผนครอบครัว สร้างเสถียรภาพจำนวนประชากร ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง