แหล่งข่าวในกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการสืบสวนคดีการฆาตกรรม “บิลลี่” โดยระบุว่า ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ จะขอศาลพิจารณาออกหมายจับ ผู้ต้องสงสัยประมาณ 4 คน ในหลายข้อหา ซึ่งหนึ่งในนั้น เป็นข้อหาที่รุนแรง หลังบิลลี่หายตัวไปกว่า 5 ปี ก่อนจะมาพบหลักฐานชิ้นส่วนกะโหลกของเขาในที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ดีเอสไอแถลงพบชิ้นส่วนกะโหลกที่ยืนยันได้ว่าเป็นของ บิลลี่ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 พร้อมกับหลักฐานอื่น คือ ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร เหล็กเส้น 2 ชิ้น ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจพบว่า หลักฐานทุกชิ้นผ่านการเผาไหม้ที่ความร้อน 200 – 300 องศาเซลเซียส และต่อมาพบชิ้นส่วนกะดูกมนุษย์อีก 8 ชิ้น ที่นำไปตรวจสอบเพิ่มเติม
แหล่งข่าวในดีเอสไอ บอกว่า กระดูกมนุษย์ทั้ง 9 ชิ้น ถูกตรวจพบว่าผ่านความร้อนมาในรูปแบบเดียวกับความร้อนที่เผาไหม้ถังน้ำมัน 200 ลิตร และทุกชิ้นยังพบรูปแบบการเผาไหม้ที่ไม่ทั่วถึง คือ เนื้อกระดูกไม่กลายเป็นสีเดียวกันทั้งหมด จึงบอกได้ว่า เป็นการเผาไหม้ในระบบเปิด ซึ่งจะต่างจากการเผาในเมรุซึ่งเป็นระบบปิด เพราะหากเผาในระบบปิด เนื้อกระดูกจะเป็นสีเดียวกันทั้งหมด
ผลตรวจยังให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับ “ถัง 200 ลิตร” ซึ่งถูกระบุว่า การผ่านความร้อนสูงมา ทำให้ยังมีรูปทรงคงเดิมแม้อยู่ในน้ำมานาน 5 ปี ทั้งที่ถ้าเป็นถังปกติที่ไม่ผ่านความร้อน ควรจะผุพังไปหมดแล้วตั้งแต่ประมาณ 1 ปี
ส่วนหลักฐานแวดล้อมอื่นๆ ที่จะนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับ คือ ดีเอสไอ สรุปว่า ไม่พบการปล่อยตัวบิลลี่ ในวันที่ 17 เมษายน 2557 หลังถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในฐานครอบครองน้ำผึ้งป่า และมีพยานที่ระบุถึงพฤติกรรมบางอย่างที่ผิดไปจากการปฏิบัติตามปกติของผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์