รวมภารกิจปฎิบัติการความช่วยเหลือชาวเนปาล 3 ทีมแพทย์ตัวแทนน้ำใจไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รายงานสถานการณ์แผ่นดินไหวประเทศเนปาลล่าสุดมีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเวลา 14.05 น.ตามเวลาท้องถิ่นเนปาล เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.4 ศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเบสแคมป์ของเทือกเขาเอเวอเรสต์ และคาดว่าอาจเกิดหิมะถล่มตามมาอีก ทำให้ชาวไทยหลายคนเกิดความวิตกกังวลถึงสถานการณ์และยังคงมีความเป็นห่วงแพทย์ไทยที่ได้เป็นตัวแทนคนไทยเดินทางไปช่วยผู้ประสบภัยชาวเนปาล

ทั้้งนี้แม้เทพบุตรชุดขาวในแผ่นดินที่สั่นไหวจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ก็ตาม แต่ความดีและภารกิจอันทรงเกียรตินี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ควรถูกหยิบยกมาพูดถึง และชื่นชมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมแพทย์ตัวแทนความช่วยเหลือของชาวไทยได้มีกำลังใจระหว่างประกอบหน้าที่ปฎิบัติการความช่วยเหลือ


โดยเราจะพาทุกท่านย้อนดูไทม์ไลน์การปฎิบัติงานของ3 ทีมแพทย์ฮีโร่เนปาลว่ามีภารกิจใดบ้าง...เพื่อร่วมกันชื่นชมและส่งกำลังใจให้ทุกท่านทำงานได้อย่างสำเร็จและปลอดภัย


ทีมแพทย์ ชุดที่ 1 : ส่งออกน้ำใจไม่หวั่นภัย

ทีมแรกเดินทางไป ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2558 แม้จะมีเหตุการณ์อาฟเตอร์ช็อกอยู่เรื่อยๆ แต่ทีมแพทย์ไทยก็ไม่หวั่นอันตรายและมีหัวใจบุกบั่นที่จะช่วยเหลือชาวเนปาลอย่างสุดความสามารถ โดยทีมแรกจัดตั้งโรงพยาบาลสนามอยู่ที่ ต.ซิปปะกัต อ.สินธุปาลโชคและได้กลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว

นายแพทย์สุริยะ กล่าวว่า ทีมแพทย์ไทยชุดแรกทั้ง 19 คน ทุกคนมีความภาคภูมิใจในฐานะที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย รัฐบาลไทยที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และเต็มความสามารถในการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยเนปาล และได้เรียนรู้ประสบการณ์การปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในกรณีภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ โดยกรมควบคุมโรค จะดำเนินการติดตามสุขภาพทุกคนเป็นเวลา 30 วัน เพื่อเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น โรคไข้สมองอักเสบ โรคไข้มาลาเรีย ซึ่งเกิดมาจากยุงป่ากัด เป็นต้น



ทีมแพทย์ชุดที่ 2 : รับมอบงานต่อ-เพิ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์

ออกเดินทางตามไปติดๆ ซึ่งมีทั้งหมด 24 คน เป็นทีมสหสาขาวิชาชีพมาจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ป่อเต๊กตึ๊ง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รพ.ศิริราช รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.นพรัตนราชธานี รพ.ราชวิถี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตที่ 7 (สคร.) จ.อุบลราชธานี และจากรพ.ภูมิภาคในจังหวัดสุพรรณบุรี สระบุรี ขอนแก่น อุบลราชธานี สมุทรปราการ และลำพูน

โดยเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน 4 คน ศัลยแพทย์ 1 คน จิตแพทย์ 1 คน แพทย์ระบาดวิทยา 2 คน พยาบาล 7 คน เจ้าหน้าที่เวชกิจฉุกเฉิน 6 คน และนักวิชาการสาธารณสุข 3 คน โดยมี นพ.ศรายุทธ อุตตามางคพงศ์ ผอ.สคร.ที่ 7 เป็นหัวหน้าทีม

นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า การเดินทางครั้งที่ 2 นี้ได้เตรียมอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วยไปด้วย อาทิ เปลขนย้ายผู้ป่วย เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องปั่นไฟสำรอง เครื่องกรองน้ำ ผงทำน้ำดื่ม 120,000 ซอง ซึ่งได้รับประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ยาน้ำและเวชภัณฑ์ที่ใช้สำหรับเด็ก เช่น ยาแก้ไอ ยาขยายหลอดลม ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดลดไข้ รองเท้าบู๊ท 140 คู่

รวมทั้งเตรียมเครื่องกีฬา ไปทำกิจกรรมสันทนาการผ่อนคลายความเครียดให้แก่เด็กและประชาชนในพื้นที่ โดยเมื่อถึงที่สนามบินตรีภูวัน ทีมแพทย์จะเดินทางไปที่โรงพยาบาลสนามฯ และรับมอบงานจากทีมชุดที่ 1 จากนั้นเริ่มปฏิบัติงานตามแผนทันที

"สำหรับผลการให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยประสบภัย ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. - 6 พ.ค. ยอดสะสมรวม 1,026 ราย ส่วนใหญ่มีบาดแผล แผลอักเสบ ติดเชื้อ ป่วยเป็นไข้หวัด ปวดเมื่อยตามร่างกาย ในการปฏิบัติงานของทีมชุดที่ 2 จะยังคงภารกิจการตรวจรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยทั่วไป ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน เช่น ติดเชื้อกระแสโลหิต ช็อก เป็นต้น

รวมถึงให้บริการเชิงรุกในชุมชน ฟื้นฟูสุขภาพจิต โดยใช้แบบตรวจคัดกรองความเครียดของไทยที่แปลเป็นภาษาเนปาล และการป้องกันการเกิดโรคระบาดหลังภัยพิบัติ เช่น อุจจาระร่วง บิด เป็นต้น ทั้งนี้จะต้องปรับปรุงสภาพแหล่งน้ำกินน้ำใช้ให้สะอาด ปลอดภัย และมีส้วมใช้อย่างเพียงพอ โดยวอร์รูมฯ สธ.จะประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ไทยทุกวัน เพื่อจัดส่งสิ่งสนับสนุนตามความต้องการอย่างเต็มที่" รมช.สธ. กล่าว


ทีมแพทย์ชุดที่ 3 : สานต่อภารกิจ- เพิ่มจุดบริการ

สำหรับทีมแพทย์ชุดที่ 3 มีบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 20 คน แบ่งเป็นแพทย์ 9 คน เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ฉุกเฉิน กระดูก อายุรกรรม ศัลยกรรม จิตแพทย์ และแพทย์ด้านระบาดวิทยา พยาบาล 8 คน เวชกิจฉุกเฉิน 2 คน นักวิชาการด้านสุขาภิบาลและน้ำ จากหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่โรงพยาบาลสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลรามาธิบดี

และโรงพยาบาลจากเขตสุขภาพในภาคเหนือและภาคใต้ โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ โดยมีนายแพทย์เกรียงศักดิ์ ธนอัศวนันท์ เป็นหัวหน้าชุด และนายแพทย์ชูชาติ นิจวัฒนา เป็นรองหัวหน้าชุด จะตั้งจุดบริการที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขเนปาล และศูนย์ส่วนหน้าองค์การอนามัยโลกคือที่โรงเรียนชานดานี (Chandani) อ.เคบีพาลันโชค(kebhrepalanchok)

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลสนามที่ตำบลซิปะกัต เมื่อทีมแพทย์ไปถึงจะไปรายงานตัวที่ศูนย์ประสานงานความช่วยเหลือนานาชาติที่โรงพยาบาลสนามซิปะกัต และวางแผนการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่และประชาชนชาวเนปาล โดยจะมีล่ามในพื้นที่ประจำทีม 4 คน อยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมงพูดได้ 3 ภาษา

"งานบริการหลักยังคงเป็นด้านการรักษาพยาบาล และการควบคุมป้องกันโรค สุขาภิบาลอาหารและน้ำ ส้วม และสุขภาพจิต ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไทยได้เตรียมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆไว้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังได้เตรียมยารักษาโรคทั่วไป ชุดทดสอบคุณภาพน้ำ เครื่องปั่นไฟ รวมทั้งมุ้ง ยาทากันยุง

ซึ่งขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนและพบผู้ป่วยมาลาเรียประปราย โดยจะอยู่ปฏิบัติงานเป็นเวลา 14 วันหรือจนเสร็จสิ้นภารกิจ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อม โดยฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอหิวาตกโรคให้กับทีมทุกคน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพ"

อย่างไรก็ตามรายงานล่าสุดยังสามารถที่จะติดต่อทีมแพทย์ไทยได้ทุกคนและมีความปลอดภัยดีโดยบุคลากรทุกท่านได้เพิ่มความระมัดระวัง และยืนยันว่าบุคลากรแพทย์ไทย พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนชาวเนปาลอย่างเต็มที่ ได้ตามปกติ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ