วันนี้ (13พ.ค.58) ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยภายหลังการเรียกผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย หรือ นาโนไฟแนนซ์ จำนวน 5 ราย เข้าพบ ว่า ได้เชิญมาเพื่อชี้แจงนโยบายและแนวทางกำกับดูแล รวมถึงซักซ้อมความเข้าใจในหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ ตลอดจนช่องทางในการประสานงานกับ ธปท.
โดยเนื้อหาสำคัญที่ชี้แจงประกอบด้วย 1. ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องเปิดดำเนินธุรกิจภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อนุญาต และแจ้งการเริ่มประกอบธุรกิจให้ ธปท.ทราบก่อนวันเปิดดำเนินการ และต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สิน รวมทั้งสิ้นต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกิน 7 เท่าตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ
2.การให้สินเชื่อแก่ผู้ที่สนใจ : ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้สินเชื่อแก่บุคคลธรรมดาที่ไม่มีหลักประกันเพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ โดยกระบวนการพิจารณาให้สินเชื่อ จะมีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับลักษณะของกลุ่มลูกค้าตามนโยบายของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย
3.การจัดหาเงินทุน ห้ามผู้ประกอบธุรกิจรับเงินฝาก หรือจัดหาเงินทุนจากประชาชน เว้นแต่การออกตั๋วเงินและเสนอขายต่อผู้ลงทุนในวงจำกัด และออกหุ้นกู้ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
4. การจัดทำรายงานส่งทางการ ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทำรายงานยอดสินเชื่อคงค้างเป็นรายเดือน นับแต่เดือนที่เปิดดำเนินการ ส่งให้ ธปท. และกระทรวงการคลังทราบภายในวันที่ 21 ของเดือนถัดไป
5. ประเด็นอื่นๆ ผู้ประกอบธุรกิจต้องคำนึงถึงสิทธิของผู้บริโภค การรับเรื่องร้องเรียน การติดตามทวงถามหนี้ที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ที่ต้องเข้าใจง่ายชัดเจน และเมื่อดำเนินธุรกิจไประยะหนึ่งแล้ว ธปท.อาจพิจารณาถึงความเหมาะสมในการขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบธุรกิจเข้าเป็นสมาชิกบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ต่อไป
บริษัทที่ได้รับอนุญาตแล้วทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด/ บริษัท ไทยเอซ แคปปิตอล จำกัด/ บริษัท แมคคาเล กรุ๊พ จำกัด (มหาชน)/ บริษัท สหไพบูลย์ (2558) จำกัด และบริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน)