วงเสวนานี้ตั้งหัวข้อว่า "คณะกรรมาธิการรัฐสภา ประชาชนสามารถพึ่งพาได้แค่ไหน" ซึ่งจัดโดยสถาบันเพื่ือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเดิมทีปรากฎชื่อตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคมอย่างนายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิประสานวัฒนธรรม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ ตัวแทนฝ่ายค้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ แต่การเสวนาเริ่มขึ้น กลับไม่พบนายสิระ เจนจาคะ ที่เวลานี้กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำงานในคณะกรรมาธิการป.ป.ช. ร่วมกับนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ โดยมีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ท่ามกลางบรรยากาศการทำงานที่มีลักษณะเล่นการเมืองใส่กันมากกว่า การทำงานในเชิงเนื้อหาและหน้าที่ของกรรมาธิการชุดนี้
นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิประสานวัฒนธรรม ตำหนิกรรมาธิการบางคน บางคณะแต่ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่มีพฤติกรรมตั้งเรื่ืองตรวจสอบ ด้วยการให้ความสำคัญกับเรื่องส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม ซึ่งอาจทำให้การทำงานไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่น ๆ พร้อมแนะทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ โดยปราศจากอคติ เพื่อทำให้กรรมาธิการเป็นความหวังของสังคม ไม่ใช่มีเพียงประเด็นดราม่าลากเก้าอี้ หรือทะเลาะกันในที่ประชุม
เช่นเดียวกับ นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะที่เคยเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มองว่า เวลากรรมาธิการเชิญ รัฐมนตรี หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไปชี้แจง แต่เมื่ือถึงเวลากลับส่ง ข้าราชการชั้นผู้น้อย ไป ก็ทำให้ข้าราชการเหล่านี้กลายเป็นกระสอบทรายในการรองรับอารมณ์ของกรรมาธิการ จึงอยากให้ทุกคณะปรับปรุงการทำงานด้วยการให้เกียรติและเคารพกันมากขึ้น
นายกษิต ยังแนะนำให้ทุกฝ่ายเร่งปฏิรูปโครงสร้างของกรรมาธิการ ให้คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ผู้ช่วย หรือ เลขานุการ ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาตำแหน่งเหล่านี้ถูกการเมืองนำมาใช้เป็นตำแหน่งตอบแทน หรือหาผลประโยชน์ จนกลายเป็นได้คนที่ไม่มีความรู้จริงเข้ามาทำงาน