ตัวแทนเครือข่ายหนุนแบนพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จาก 686 องค์กร ที่นำโดย นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และนางสาว สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกันประชุมกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว โดยเครือข่ายยืนยันขอให้กลับไปใช้มติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดเก่าที่มีมติให้แบนสารมีทั้ง 3 ชนิด เมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 โดยให้เหตุผลว่า การประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานคณะกรรมการฯ ได้มีมติให้ เลื่อนการแบนสารเคมีออกไปอีก 6 เดือน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 62 มีข้อมูลไม่เพียงพอ และกระบวนการลงมติเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยหนึ่งในแนวทางที่เครือข่ายจะดำเนินการต่อจากนี้คือเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการตามขั้นตอนในการออกพระราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้แบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดโดยเร็ว และเตรียมยืนฟ้องศาลปกครอง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ต่อนายสุริยะ เนื่องจากมีมติออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเครือข่ายจะดำเนินการฟ้องร้องทันทีเมื่อมีประกาศมติเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 62 ออกมาอย่างเป็นทางการ
ด้านสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เข้าพบนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อชี้แจ้งถึงกระทบหากมีการแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร โดยเฉพาะ ไกลโฟเซต ซึ่งเป็นสารเคมีสำคัญต่อการผลิตถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของการผลิตอาหารสัตว์
หลังเสร็จสิ้นการหารือนายสุริยะ ระบุว่าการพิจารณาในเรื่องต่างๆ ควรคำนึงถึงข้อดี ข้อเสีย ให้รอบด้าน ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมายืนยันว่าพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านแล้ว พร้อมย้ำว่าการลงมติเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมาว่าให้เลื่อนการแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ออกไป 6 เดือน และจำกัดไกลโฟเซตนั้น มีการพิจารณาข้อมูลอย่ารอบด้านแล้ว และการลงมติเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมอธิบายว่าการลงมติมีการลงมติมีหลายรูปแบบไม่จำเป็นต้องยกมือย่างเดียว
นายสุริยะ ยังระบุว่าภายในเดือนนี้จะมีการประชุมเพื่อรับรองมติที่ประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 27 พ.ย. อีกครั้ง เพื่อมติมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าจะยังคงมติเดิมไม่มีมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนเรื่องที่เครือข่ายหนุนแบนสารเคมีเตรียมฟ้องนั้น ไม่ติดใจอะไร พร้อมยืนยันว่าทำทุกอย่างตามหน้าที่
ขณะที่นายสืบวงษ์ สุขะมงคล นายกสมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ยืนยันว่าหากมีการแบนไกลโฟเซต จะส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถผลิตอาหารสัตว์ได้ และหากใช้สารเคมีตัวอื่นจะมีพิษมากกว่าไกลโฟเซต