ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นด้วยกับมติเลื่อนการแบนสารเคมี 2 ชนิด และจำกัดการใช้ 1 ชนิด เนื่องจากหากทำตามมติเดิมที่ให้แบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ในวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา จะทำให้รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประกอบการที่มีสินค้าคงค้างอยู่ในสตอก และเกษตรกร เป็นมูลค่าเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลไม่มีเงินพอชดเชยในส่วนนี้ พร้อมย้ำว่ามติของณะกรรมการวัตถุอันตรายชอบด้วยกฎหมายแล้ว หากใครสงสัยสามารถเปิดเทปบันทึกเสียงหรือรายงานการประชุมได้
ส่วนประเด็นที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำหลักในการผลักดันให้มีการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนั้น นายสุริยะ ระบุว่าระหว่างการประชุมเรื่องนี้ นายอุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้โต้เเย้งอะไร และเข้าใจเหตุของรัฐบาล และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่าจะต้องดูแลประชาชนอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ส่วนประเด็นที่เครือข่ายหนุนแบนสารเคมีเตรียมฟ้องศาลปกครองและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ต่อนายสุริยะ เนื่องจากมีมติออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายสุริยะ ระบุว่าเตรียมฟ้องกลับฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง