เมื่อวันที่ (11 ธ.ค.62) เมื่องช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งขาวโพรนปกคลุมบนดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นวันที่ 5 หลังอุณหภูมิต่ำสุดที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 0 องศาเซลเซียส ส่วนที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์วัดได้ 4 องศาเซลเซียส และที่บริเวณยอดดอยอินททนท์ วัดได้ 6 องศาเซลเซียส สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ต่างเดินทางขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาวและรอชมเหมยขาบบนยอดดอยอินทนนท์เป็นอย่างมาก เพราะมีเหมยขาบเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง หลายจุด บริเวณสองข้างทาง ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 43 กิ่วแม่ปาน ต่อเนื่องขึ้นไปยังยอดดอยอินทนนท์ เป็นระยะทางประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร
ด้านจังหวัดอุทัยธานี นายอภิชัย โพธิ์เจริญ ปศุสัตว์อำเภอทัพทัน เปิดเผยว่า ฤดูหนาวเป็นช่วงที่อาจจะเกิดโรคระบาดในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะกระบือได้ง่าย และเอื้อต่อการระบาดของโรคในสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะโรคปากและเท้าเปื่อย โรคคอบวม ขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว - ควาย นำวัว-ควาย ที่มีอายุ 4 เดือนขึ้นไป มารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อย โรคคอบวม โรคเฮโมรายิกเซพติซิเมีย เนื่องจากช่วงนี้ สัตว์เลี้ยงจะมีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ เกิดอาการเครียด เอื้อต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย
ส่วนที่จังหวัดขอนแก่น ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้มอบเครื่องกันหนาวแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการทุพพลภาพ ผู้ด้อยโอกาส ในพื้นที่อำเภอชุมแพ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว จำนวน 300 ชุด เพื่อช่วยบรรเทาความหนาวเย็น และเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งอำเภอชุมแพ มีพื้นที่ 12 ตำบล 135 หมู่บ้าน และ 1 เทศบาลเมือง 38 ชุมชน พร้อมกำชับให้นายอำเภอทั้ง 26 ดูแลประชาชนอย่างให้มีคนเสียชีวิตจากอากาศหนาว
เช่นเดียวกับจังหวัดน่าน นายวรกิตติ ศรีทิพากร ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ร่วมมอบผ้าห่มกันหนาวบรรเทาความหนาวเย็นแก่ผู้ขาดแคลนเพิ่มเติม โดยในเบื้องต้นในวันนี้ได้มอบให้กับผู้แทนจากอำเภอ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอแม่จริม และอำเภอท่าวังผา เพื่อนำไปมอบให้แก่ผู้ขาดแคลนผ้าห่มกันหนาวในขณะนี้ อีกจำนวน 400 ผืน ทั้งนี้จะเร่งดำเนินการมอบให้กับอำเภออื่นๆ ต่อไปจนครบทั้ง 15 อำเภอของจังหวัดน่าน เบื้องต้นยังไม่สามารถประกาศภัยหนาวได้ เนื่องจากสภาพอากาศยังไม่เข้าตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ จึงได้ร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ช่วยกันบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน
ขณะที่ สาธารณสุขจังหวัดชัยนาท แนะประชาชนดูแลร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ประสาทการรับรู้ที่ผิวหนังจะมีความไวลดลง ปรับตัวต่ออากาศเย็นได้ไม่ดี และกลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายยังไม่สมบูรณ์และมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย อาจเกิด “ภาวะตัวเย็นเกิน” (Hypothermia) เกิดจากร่างกายมีอุณหภูมิลดต่ำเกินเป็นผลมาจากการสัมผัสถูกความหนาวเย็น อุณหภูมิของร่างกายลดต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ทำให้อวัยวะต่างโดยเฉพาะ หัวใจและสมอง ได้รับผลกระทบและทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติ โดยอาจมีอาการตั้งแต่อ่อนเพลีย ท้องอืด ซึมลง หายใจช้า ชีพจรเต้นช้า ปัสสาวะลดลงจนหมดสติและอาจเสียชีวิตในที่สุด การป้องกันอันตรายจากความเย็น ควรสวมเสื้อผ้า เครื่องกันหนาวถุงมือ ถุงเท้าและสวมหมวก นอนห่มผ้าหรือผ้านวม ดูแลกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาไทย ได้แสดงความเป็นห่วงกรณีมีผู้เสียชีวิตจากอากาศที่หนาวเย็น ว่าเบื้องต้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ให้เร่งสำรวจกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และการสร้างความเข้าใจกับประชาชนตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนแล้ว เพราะรอบนี้อากาศหนาวมาเร็วและอยู่นานจนถึงต้นปี โดยจังหวัดที่อากาศหนาวมีประมาณ 55 จังหวัด และหนาวจัดประมาณ 4 จังหวัด ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประกาศภัยหนาว เพราะยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด เบื้องต้นกระทรวงมหาดไทยไทยเตรียมหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อปรับหลักเกณฑ์ เนื่องจากเดิมกำหนดไว้ว่า เช่น ต้องหนาวติดต่อกัน 3 วัน และมีอุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศา คือตั้งแต่ 7.9 องศาเป็นต้นไป เเละเดิมทีหากประกาศภัยหนาว อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ได้ก็อาจมีไม่ครอบคลุม เช่น มอบแต่ผ้าห่มเพียงอย่างเดียว