ภัยแล้งเริ่มวิกฤต! แก้ปัญหาอย่างไร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สถานการณ์ภัยแล้งยังคงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ในปีหน้าหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ภัยแล้งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

ราวกลางเดือนกันยายน 2562 หลังพายุโพดุลและคาจิกิผ่านพ้น กว่า 6000 ครอบครัว จาก 13 อำเภอ ของ จ.อุบลราชธานี ต้องตกอยู่ในสถานะผู้อพยพหนีน้ำทันที เพราะสภาพพื้นที่กลายเป็นทะเลสาปน้ำจืดไปแล้ว

หากยังจำได้ น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหน่วยงานรัฐ เพิ่งประกาศให้เตรียมรับมือกับภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วง ไม่กี่วันก่อนหน้า

แม้ปริมาณน้ำที่ท่วมใหญ่ใน จ.อุบลราชธานี จะมีมากจนทำลายสถิติหลายสิบปี แต่ปริมาณน้ำนี้ กลับไม่สามารถดึงกลับมาใช้ประโยชน์ได้ในช่วงแล้ง เพราะเป็นฝนที่ตกใต้เขื่อน   น้ำส่วนใหญ่ต้องปล่อยให้ไหลทิ้งออกทางแม่น้ำโขง   และไม่ใช่แค่ภาคอีสาน หากมองภาพรวมทั้งประเทศ ทั้งฤดูฝนปีนี้ มีน้ำไหลเข้าอ่างไว้ใช้ยามแล้งเพียงประมาณ 63 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ทำให้ปัจจุบัน มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อย่างน้อย 11 แห่ง ที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะมีน้ำใช้การ เหลือไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีน้อยกว่าความต้องการใช้น้ำของประชาชนทั้งภาคเกษตรและอุปโภค-บริโภคทั้งหมด

เมื่อปริมาณน้ำใช้การของปีนี้มีไม่มาก กรมชลประทานจึงต้องจำกัดการปล่อยน้ำเพื่อจัดสรรให้ผ่านพ้นไปจนถึงหมดฤดูแล้งปีหน้า ทำให้ปัจจุบันลำคลองสายหลักหลายพื้นที่เริ่มแห้งขอด พืชผลการเกษตรหลายแห่งเริ่มยืนต้นตายแล้วจากการขาดแคลนน้ำ

ขณะที่ผลสำรวจของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คาดการณ์ว่าปีหน้าจะมีพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานเสี่ยงขาดแคลนน้ำถึงกว่า 3 แสน 7 หมื่นไร่

เช่นเดียวกับพื้นที่นอกเขตการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค กว่า 4000 หมู่บ้าน จาก 43 จังหวัด ที่อาจขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค

แม้เบื้องต้น สทนช. ระบุว่าได้เตรียมแผนรับมือแก้ภัยแล้งนี้ด้วยการจัดหาแหล่งน้ำสำรองเพิ่มทั้งผิวดิน และแหล่งน้ำใต้ดินอย่างบ่อบาดาลไว้แล้ว แต่จากสถานการณ์ปีนี้ นั่นหมายความว่าปีหน้าภาคประชาชนเองก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับภัยแล้งที่จะถึงนี้เช่นกัน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ