ซากปูน เสาอาคาร ปรักหักพัง เคยเป็นบ้านพักชาวประมงที่ตั้งเรียงรายกันอยู่กว่า 10 หลัง ใกล้ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม เป็นผลพวงของเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ซัดถล่ม เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมปี 2547
ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้ชายคนนี้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตือนภัย เพราะหากรู้ล่วงหน้า เขาเชื่อว่า “ความสูญเสีย” จะไม่ขยายวงกว้างเท่าที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้ “วิรัต” ผันตัวจากผู้ประกอบการแพปลา มาสวมอีกบทบาท เป็นกำลังหลักของชาวบ้านน้ำเค็มในการเตรียมความพร้อมด้านการ “เตือนภัย”
ไซเรนแบบมือหมุน คือ อุปกรณ์ที่ “วิรัตน์”กับกลุ่มอาสาสมัครและชาวบ้านแถบนี้ รู้กันว่า เป็นสัญญาณแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหวในระดับที่เสี่ยงเกิดสึนามิ
หลังได้ยินเสียงนี้ และการประกาศแจ้งเตือน ชาวบ้านจะอพยพไปรวมกัน 3 จุด คือ โรงเรียนบ้านน้ำเค็ม วัดน้ำเค็ม และอาคารหลบภัย ทั้งหมดเป็นข้อตกลงร่วมกันและจะฝึกซ้อมหนีภัยตามขั้นตอนนี้ทุกปี
แกนนำเตรียมความพร้อมเตือนภัยและรับมือภัยพิบัติ ถือว่าเป็นบทบาทใหม่ของ “นายหัววิรัต” หลังเขารอดชีวิตจากเหตุสึนามิ แต่การสูญเสียคนรู้จักและคนใกล้ชิดไปกับคลื่อนยักษ์ที่ซัดเข้าชายฝั่ง ทำให้เขาเชื่อมั่นใจ หากมีระบบเตือนภัยและการรับมืออย่างเป็นระบบ จะช่วยลดความสูญเสียได้