สศค. คาดเศรษฐกิจไทยปี 63 มีแนวโน้มดีขึ้น จีดีพีโตเกิน 3 %

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มองเศรษฐกิจไทย ปี 2563 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เชื่อหากปัจจัยภาคนอกคลี่คลาย ด้วยพื้นฐานความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย หากทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ จีดีพี ปี 2563 จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3%

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ระบุว่า หากพูดในมุมมองของกระทรวงการคลังเองอาจถูกมองว่าเข้าข้างตัวเอง จึงขอยกมุมมองของ บริษัท S&P Global Ratings บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด 1 ใน 3 ของโลก ที่ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยในอนาคต จากระดับมีเสถียรภาพ (Stable) เป็นเชิงบวก (Positive)

ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ กับ มูดี้ส์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จังหวะนี้หลายฝ่ายมองว่าทิศทางของประเทศไทยในปี 2563 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จึงควรเตรียมตัวให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีความพร้อม แต่ก็ยอมรับว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากปัจจัยภายนอกได้ เพราะทุกประเทศในโลกก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ด้วยต้นทุนของเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่ง หากปัจจัยภาคนอกคลี่คลาย การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปี 2563 เชื่อว่าจะโตได้ไม่ต่ำกว่า 3%

สำหรับในอนาคต อาจมีการต่อยอดแพลตฟอร์มของ “ชิมช้อปใช้” ให้เป็นสังคมไร้เงินสดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากระบบของโครงการนี้เป็นแพลตฟอร์ที่ดี มีความเสถียร มีความปลอดภัยสูง และมีจำนวนผู้ใช้อยู่ในระบบเดิมอยู่แล้วราว 10 ล้านคน รวมถึงมีความโปร่งใสสามารถเช็คได้ทันทีว่าเงินเข้าสู่ระบบแล้วไปสู่ประชาชนโดยตรง เหมือนกับการให้เงินตั้งต้น 1,000 บาท ในโครงการชิมช้อปใช้ระยะที่หนึ่ง หากกระทรวงการคลังสามารถเสนอให้รัฐบาลนำไปต่อยอดได้

นอกจากนี้ผู้อำนวยการ สศค. ยังยืนยันว่า ทางทีมงานของกระทรวงการคลังได้ติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด จึงขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจได้ว่า หากเกิดเหตุอะไรขึ้นนั้น กระทรวงการคลัง สามารถออกมาตรการที่ใช่และทันเวลา

คลังหั่น “จีดีพี”ไทยปีนี้โตแค่ 2.8%

ด้าน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ถึงมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการชิมช้อปใช้ ระบุว่า เป็นการแก้ไขทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้ผล เป็นเพียงแค่ “การกุศลนิยม” ทำให้ประชาชนไม่มีการตื่นตัวในการลุกขึ้นมาหารายได้ด้วยตนเอง สิ่งที่ควรทำคือหาวิธีการให้แต่ละชุมชนนำจุดแข็งของตนเองขึ้นมาพัฒนา แล้วนำเสนอแก่ภาครัฐว่าขาดการสนับสนุนอย่างไร แล้วเข้าไปสนับสนุนชุมชนให้ตรงจุด ไม่ใช่การแจกเงินให้ชุมชนนำไปใช้จ่ายแล้วหมดไปเท่านั้น

ส่วนการอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย หรือ จีดีพี นั้น นายธีระชัย มองว่าตัวเลข 2.5% ก็สอดคล้องกับปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัวแล้ว สิ่งที่ภาครัฐควรจะพัฒนาคือ ภาคเกษตร ที่เป็นจุดแข็งให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ให้ประเทศไทยกลายเป็นครัวโลกที่มั่นใจได้ รวมถึงเรื่องท่องเที่ยว ให้มีการปรับตัวมากยิ่งขึ้น

ธปท.หั่นเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.8%

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ