นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายและข้อสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECโดยขอให้ขับเคลื่อนการลงทุนในพื้นที่ EEC ให้เกิดขึ้นและแข็งแรง เพื่อไม่ให้นักลงทุนไขว้เขวในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก
ดังนั้น โครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC ทั้ง 5 โครงการ มูลค่ารวม 650,000 ล้านบาท จะต้องเริ่มลงมือก่อสร้างภายในปีนี้ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งขีดเส้นภายใน 3 เดือนจะต้องได้ข้อสรุปและเห็นผลเป็นรูปธรรม เพราะเป็นโครงการที่มีความสำคัญและล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้เดิม
พร้อมทั้งมอบหมายให้ EEC เตรียมความพร้อมให้ครบทุกอย่างไม่ต้องรอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินกรณีที่มีเอกชนยื่นร้องเรียนเรื่องที่ถูกตัดสิทธิเข้าร่วมประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันทีหลังจากศาลฯ มีคำตัดสิน เพราะเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้รายงานในที่ประชุมบอร์ด EEC วันนี้ว่า โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ จะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 1/2563 หรือภายในเดือนมีนาคมนี้อย่างแน่นอน เพราะคาดว่าศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินคดีที่เอกชนร้องเรียนว่าถูกระงับสิทธิการประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ ภายในเดือนม.ค.นี้
ทั้งนี้ ปัญหาการเปิดประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่กลุ่มบริษัท ธนโฮลดิ้ง หรือ ซีพี ได้ยื่นเอกสารประมูลช้ากว่าเวลาที่กำหนดถึง 9 นาที ในวันที่ 21 มี.ค.2563 และได้ทำการฟ้องร้องคณะกรรมการคัดเลือกฯ จนถึงขั้นตอนทางศาลปกครองสูงสุด โดยองค์คณะศาลปกครองสูงสุดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา
โดยบริษัท ธนโฮลดิ้ง ให้เหตุผลหลักๆว่า การยอมให้กลุ่มของตนเองยื่นซองข้อเสนอให้ครบถ้วน จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับรัฐมากกว่าการยึดถือกรอบเวลาเวลาเพียง 9 นาที
ขณะที่ พล.ร.ต.เกริกไชย วจนาภรณ์ รองปลัดบัญชีทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ เป็นผู้แถลงถ้อยคำด้วยวาจา ชี้การประมูลสนามบินอู่ตะเภาเป็นโครงการที่สำคัญเพราะรัฐบาลต้องการให้เป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 มีวงเงินลงทุนสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท
พร้อมระบุ “หากศาลจะเห็นว่า เวลาไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองสูงสุดเคยสั่งให้ตัดสิทธิผู้เข้าประมูลก่อสร้างของกรมทางหลวงชนบท ที่มายื่นซองหลังเลยเวลาปิดรับไปเพียง 39 วินาที ซึ่งเป็นการกลับคำตัดสินของศาลปกครองกลาง” และ “หากให้บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัดเข้าประมูล เท่ากับเป็นการทำลายระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และอาจทำให้เกิดค่านิยมใหม่ว่า ต่อไปใครจะมายื่นซองเวลาไหนก็ได้ หากให้ผลตอบแทนกับรัฐสูง รวมทั้งอาจเกิดค่านิยมใหม่ว่า แม้ทำผิดกฎ แต่มีเงินจ้างทนายเก่ง และให้ประโยชน์รัฐมากก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้งาน เพราะเงินชดเชยความผิดได้”
ซึ่ง พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนฯ จึงได้เสนอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณารับคดีนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด