เมื่อวานนี้ (9 ม.ค.63) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงการตัดงบประมาณของกรมวิชาการเกษตร ว่าได้พบข้อผิดปกติเยอะมาก ตั้งงบรั่วไหล ขอดูทีโออาร์การจัดซื้อจัดจ้างก็ไม่ให้ดู อาทิ กรณีการเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ของกรมวิชาการเกษตร สำนักงบประมาณแจ้งว่าค่าจัดซื้อเพียง 17,000 บาท แต่ทางกรมฯใช้วิธีเช่าปีละ 60,000 บาท รวม 5 ปี เท่ากับ 300,000 บาทต่อเครื่อง ถามว่าจัดซื้อจัดจ้างแบบนี้ได้อย่างไร แม้แต่กรรมาธิการซีกรัฐบาลก็เห็นตรงกันว่าทำไมเป็นแบบนี้ สรุปว่าเป็นการตั้งราคาสูงกว่าราคาจริง ไร้ประสิทธิภาพ
ด้าน น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายโต้แย้งว่า เหตุใด กมธ.ตัดงบกรมวิชาการเกษตร จากเดิม 1,500 ล้านบาท เหลือ 899 ล้านบาท ตัดไป 600 ล้านบาท มากกว่าหน่วยงานอื่น ทั้ง ๆ ที่กรมวิชาการเกษตรมีความสำคัญในการศึกษาวิจัยเพื่อประโยชน์ต่อเกษตรกรจำนวนมาก ตัดงบเช่นนี้ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ข้าราชการไม่ได้เดือดร้อน
ทำให้นายวรวัจน์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า เหตุที่มีการตัดงบกรมวิชาการเกษตรกว่า 600 บ้านบาท เนื่องจากพบว่ามีการเช่าคอมพิวเตอร์ 300,000 บาทต่อ 5 ปี อยากถามว่ารับได้หรือไม่ กมธ.ชุดนี้ตัดงบน้อยมาก ถ้าไม่พบการทุจริตที่ชี้แจงไม่ได้ก็ไม่ตัด เมื่อการทำงานไม่โปร่งใส ตอบ กมธ.ไม่ได้ ไม่มีใครกล้าให้งบ เพราะมีความปกติเกินจริงเป็น 10 เท่า
จากนั้น น.ส.รังสิมาลุกขึ้นตอบโต้นายวรวัจน์ว่า หากตัดเฉพาะเรื่องค่าคอมพิวเตอร์ออกไปก็ไม่ถึง 600 ล้านบาท ทำไมต้องตัดทั้งหมด จะตัดก็ควรตัดเฉพาะคอมพิวเตอร์ทิ้งเพียงอย่างเดียว นายวรวัจน์จึงลุกขึ้นสวนกลับทันทีว่า กมธ.อยากจะตัดเยอะกว่านี้ เพราะงบปีนี้มีปัญหาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผิดปกติมากที่สุด กมธ.เสียงข้างน้อยอยากจะตัดมากที่สุด แต่ กมธ.เสียงข้างมากไม่ให้ตัด เพราะเห็นการรั่วไหลแล้ว แต่ตัดไม่ได้ก็อึดอัด
ทั้งนี้ ก่อนลงมติเห็นชอบมาตรา 14 งบประมาณของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เกิดความวุ่นวาย จนการประชุมเกือบล่ม เนื่องจากมี ส.ส. แสดงตนเป็นองค์ประชุมเพียง 252 คน ซึ่งเกินครึ่งคือ 249 คน ไปเพียง 3 คนเท่านั้น โดยเกิดจาก พรรคฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตว่า ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล อยู่ในห้องประชุมค่อนข้างบางตา จึงไม่ได้แสดงตนเป็นองค์ประชุม เพื่อให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบงานในสภา ไม่ใช่ใช้เสียงของฝ่ายค้านเป็นองค์ประชุมแต่เพียงอย่างเดียว และหากเกิดปรากฏการณ์สภาล่ม ก็จะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่ทำให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ งบประมาณฯ หยุดลง และไปพิจารณาต่อในวันนี้ (10 ม.ค.) และอาจยืดเยื้อไปถึงสัปดาห์หน้า ตามที่พรรคฝ่ายค้านต้องการ ขณะที่ฝั่งรัฐบาลยืนยันต้องการให้การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 แล้วเสร็จในวันนี้ (10 ม.ค.) แต่สุดท้ายที่ประชุมได้ลงมติมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรอบวงเงิน 31,000 ล้านบาท ที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 245 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง
อย่างไรก็ตามส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เข้าไปพูดคุยกับ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝายค้าน และแกนนำพรรคฝ่ายค้านบางส่วน เพื่อทำความเข้าใจ และไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านพรรคเพื่อไทย เสนอให้พักการประชุม แต่ประธานในที่ประชุมขอให้เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของประธานวิปทั้ง 2 ฝ่าย ได้หารือกันกันก่อน จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาต่อ
จนกระทั่งเวลา 02.25 น. นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งพักการประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในวันนี้(10 ม.ค.) เวลา 10.00 น. รวมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 ทั้ง 2 วัน ที่ประชุมพิจารณาไปแล้ว 23 มาตรา 16 กระทรวง รวมเวลา 32 ชั่วโมง